ผลการดำเนินงาน

ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการพิจารณาคุณค่าและประเมินความสำเร็จของธุรกิจอย่างสมดุล ทั้งการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) รวมทั้งการดำเนินธุรกิจให้เติบโตด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ (Governance) หรือ ESG

ความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ

การกำกับดูแลกิจการ

ทีวีโอ ให้ความสำคัญและยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรม จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านบรรษัทภิบาลและกำกับปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติ สื่อสาร และดูแลการกำกับกิจการให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี 2566 บริษัทมีการทบทวนนโยบายสำคัญหลายด้าน ได้แก่ นโยบายกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน นโยบายด้านภาษี นโยบายการเปิดเผยข้อมูล นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายการบริหารจัดการน้ำระดับองค์กร นโยบายพลังงาน นโยบายคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน นโยบายการทำรายการระหว่างกัน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน คู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน และระเบียบร้องเรียน ให้เป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง และเป็นแนวทางการปฏิบัติงานตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน

นโยบายกำกับดูแลกิจการ ดาวน์โหลด
จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ ดาวน์โหลด
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ดาวน์โหลด
นโยบายด้านภาษี ดาวน์โหลด
นโยบายการเปิดเผยข้อมูล ดาวน์โหลด
นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดาวน์โหลด
นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ดาวน์โหลด
นโยบายการบริหารจัดการน้ำระดับองค์กร ดาวน์โหลด
นโยบายพลังงาน ดาวน์โหลด
นโยบายคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดาวน์โหลด
นโยบายการทำรายการระหว่างกัน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน ดาวน์โหลด
การสนับสนุนองค์กรภายนอกและสมาคมต่างๆ ดาวน์โหลด

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพและการประเมินผลของ CEO

บริษัทประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหาร และพนักงานเป็นประจำทุกปีโดยประเมินประสิทธิภาพตาม : ความเป็นผู้นำ การกำหนดกลยุทธ์ การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับภายนอก การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร การสืบทอดตำแหน่ง ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ และคุณลักษณะส่วนตัว

ประสิทธิภาพในระยะสั้นครอบคลุมตัวบ่งชี้ต่อไปนี้ :

  • ผลตอบแทนทางการเงิน เช่น กำไรสุทธิ (NET PROFIT) เป็นต้น
  • ตัวบ่งชี้ที่ไม่ใช่ทางการเงินอื่นๆ (เช่น คะแนนสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า การบริหารการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงตัวชี้วัดสำคัญอื่น ๆ ด้าน ESG)

ผลการดำเนินงานมุ่งเป้าไปที่การสร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการบริหารจัดการและความเป็นผู้นำในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท

ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงผลตอบแทนสำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีกระบวนการกำหนดค่าตอบแทนที่โปร่งใสและสมเหตุสมผล ประกอบด้วยเงินเดือน และโบนัส

การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน

บริษัทกำหนดเกณฑ์การประเมินผลที่นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาค่าจ้างและโบนัส โดยเน้นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมวัฒนธรรมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การต่อต้านการทุจริต และการสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร การประเมินครอบคลุมทั้งความคิดเห็นจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และการประเมินตนเอง เพื่อให้ผลลัพธ์สะท้อนถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของพนักงานอย่างรอบด้าน โดยคะแนนจากเกณฑ์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้คำนวณค่าตอบแทนและโบนัสอย่างเหมาะสมและยุติธรรม

การต่อต้านการคอร์รัปชัน

ทีวีโอสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และโปร่งใส จึงได้มีการประกาศใช้ “นโยบายและคู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน” และ “จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ” เพื่อเป็นการกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ ทำให้มั่นใจว่าทีวีโอ มีมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และทำให้การตัดสินใจในการดำเนินการทางธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงได้รับการพิจารณาและปฏิบัติอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ทีวีโอ ยังได้กำหนด “แนวปฏิบัติในการให้/รับ ของขวัญ ของชำร่วย และการรับรอง” เพื่อให้มั่นใจว่าการให้/การรับ ของขวัญ ของชำร่วย และการรับรอง เป็นไปอย่างโปร่งใส โดยไม่ได้คาดหวังผลประโยชน์หรือสิ่งอื่นใดเป็นการตอบแทน ที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้งขอความร่วมมือคู่ค้าธุรกิจปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน และนโยบายงดรับของขวัญ โดยได้ออก “จดหมายขอความร่วมมือ และของดรับของขวัญ” และ “จดหมายเชิญชวนคู่ค้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)” เพื่อให้พนักงานสื่อสารแก่คู่ค้าธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับทราบถึงแนวปฏิบัติในการงดรับของขวัญที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจและนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันของบริษัท และได้จัดทำ “แบบรายงานการรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด” เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญกับนโยบายงดรับของขวัญ การต่อต้านคอร์รัปชัน และแสดงความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน

แนวทางการสื่อสารนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน

การสื่อสารและให้ความรู้กับพนักงาน
  • อบรมหลักสูตร “อบรมจรรยาบรรณธุรกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และ ESG”เพื่อกระตุ้นเตือนให้พนักงานเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณธุรกิจ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ต่อต้านการคอร์รัปชัน และ ESG อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ทดสอบความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ต่อต้านการคอร์รัปชัน และการปฏิบัติงานที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ รวมถึงมีความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สื่อสารนโยบายและคู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน บนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้พนักงานยึดถือนำไปปฏิบัติ
  • เผยแพร่นโยบายงดรับของขวัญ (No Gift Policy) บนระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในองค์กร (Intranet และ อีเมล) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานภายใต้หลักกำกับดูแลกิจการที่ดี
การสื่อสารกับคู่ค้าหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • ส่งจดหมายขอความร่วมมืองดรับของขวัญในเทศกาลปีใหม่ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความโปร่งใส
  • ประกาศนโยบายต่อการการคอร์รัปชัน และจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน
  • เชิญชวนคู่ค้าธุรกิจเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายแนวร่วมต่อต้านการคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย เพื่อร่วมผลักดันสังคมปลอดคอร์รัปชัน
การรับข้อร้องเรียน เมื่อพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม การกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจ ระเบียบบริษัท นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ทีวีโอ มีช่องทางในการการแจ้งเบาะแสและรับข้อร้องเรียน (Whistle Blower) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ และแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายได้โดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ สำนักตรวจสอบภายใน ผ่านทางจดหมาย อีเมล หรือเว็บไซต์ของบริษัท https://www.tvothai.com/th/corporate-governance

ในปี 2566 ทีวีโอได้รับเชิญจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ให้เข้าร่วมโครงการ โครงการ CAC Change Agent เพื่อร่วมขยายเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้า ร่วมพัฒนาศักยภาพคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่าแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงานอย่างโปร่งใส ตามหลักบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมีคู่ค้าธุรกิจแสดงความต้องการเข้าร่วมประกาศเจตนารมย์เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านการคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)

ในปี 2567 ทีวีโอได้รับการแต่งตั้งเป็น CAC Change Agent โดยทีวีโอได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและขับเคลื่อนแนวปฏิบัติที่โปร่งใสและมีจริยธรรมในองค์กร ทั้งในด้านการกำหนดนโยบาย การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส และการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ รวมถึงการสนับสนุนให้บริษัทในเครือข่ายธุรกิจยกระดับมาตรฐานการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจังให้การสนับสนุนและชักชวนให้บริษัทคู่ค้ามาประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วม CAC ในโครงการรับรอง SME 2567 จำนวน 6 บริษัท ทำให้เราได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนต่อไป และได้รับตราสัญลักษณ์ CAC Change Agent จาก CAC

เป้าหมาย

จำนวนข้อร้องเรียนการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ (หากมี) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าผิดจริง เป็น 0 กรณี

สรุปผลการดำเนินงาน ปี 2566

ขอบเขตการรายงาน จำนวนข้อร้องเรียนจากการละเมิดในปีบัญชี 2566
การคอร์รัปชัน หรือ การติดสินบน 0
การล่วงละเมิด หรือ การเลือกปฏิบัติ 0
ข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า 0
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 0
การฟอกเงิน หรือการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน 0
คู่มือมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน ดาวน์โหลด
ระเบียบร้องเรียน ดาวน์โหลด

Materiality Assessment

TVO collected, prioritized, and assessed materiality assessment at least annually by considering factors crucial to business operations in the economic, environmental, social and human rights dimensions throughout the Company's value chain. This process involved assessment and prioritization based on the Global Reporting Initiative (GRI) sustainability reporting framework, as follows:

1. Materiality issue identification
Collects issues related to ESG, as well as risks and opportunities that may impact business operations and financial performance
2. Prioritization and Assessing Sustainability issues
  • Considers issues that impact to the Company in 2 dimensions:
  • Stakeholder’s expectations or concerns
  • Financial impact on business by conducting interviews with TVO’s executives and the Company’s stakeholders
3. Approval of sustainability assessment results
Consider for approval by the Environment, Social and Governance Committee (ESG) (Board Level).
4. Formulation of sustainability strategies and goals
Assign the relevant departments in each aspect to determine long-term strategies, goals and related operational activities.
5. Communicating Materiality issue to stakeholders
Share the results of sustainability issue assessment to relevant stakeholders through various channels

Materiality Matrix

Material Issues for Enterprise Value Creation and Matrix

Materiality Issues Business Impact Business Case Business strategies Target/Metric Progress Metric linked to executive compensation
1. Occupational Health & Safety Risk Effective Safety and Occupational Health Management can reduce the risk of accidents and incidents in the workplace. Conversely, ineffective safety and occupational health management can result in loss of life and property, interruptions in business operations due to damaged assets, legal penalties, and negative impacts on the Company’s reputation and credibility. The business interruption caused at least 36 million THB in revenue loss due to operational discontinuity or suspension of operations from high-consequence work-related injuries 1.Determine Quality, Occupational Health, Safety, and Environmental Policy by communicating them to both factory and head office employees for awareness and implementation.
2. Establish a safety, occupational health, and environmental committee for the workplace.
3. Build a safety culture and support the adoption of safety and occupational health principles for implementation in operations to ensure compliance with relevant laws and regulations for all employees, as well as adherence to ISO 45001 standards (Occupational Health and Safety Management System)
1) No work-related lost time injury continuous for 6,000,000 working hours within 2024
2) The TRIR value was lower than the industry average in Starch and Vegetable Fats and Oil Manufacturing (NAICS 311220), with a value of 0.8
1) No work-related lost time injury continuous for 3,678,544 working hours
2) TRIR was 0.47
-
2. Efficient Resource Management Cost Effective energy management can help mitigate the impacts of climate change, increase business opportunities, and instill investor confidence. The utilization of renewable energy has been replacing fossil fuels over 85% of the total energy consumption per year, the biomass energy and the solar energy can reduce GHG emissions by 162,600 tons of carbon dioxide equivalent per year. The result of solar roof installation in 2023 can reduce electricity cost 7.2 Million THB.
Meanwhile, ineffective resource management can indeed lead to increased production costs and reduced profit potential.
1 Optimize production processes and upgrade equipment for maximum energy efficiency.
2. Increase the proportion of clean energy usage to replace fossil fuel consumption.
3. Study innovations and technologies, aiming to reduce the carbon footprint per product.
4. Evaluate the risks and opportunities arising from climate change
Reduce energy consumption in production by 2% from the 2023 baseline to 1.5 GJ/ton of soybeans by 2024 Energy consumption in the production process: 1.53 gigajoules per ton of soybeans Under corporate KPI, one of the CEO KPI is the ability to increase the efficiency of energy consumption, which leads to the compensation such as annual bonus The energy efficiency covers the use of electricity and stream which should be lower than 1.5 GJ/ton of soybeans by 2024
3. Talent attraction and development Revenue Talent attraction and development initiatives can contribute to organizational development in alignment with strategic objectives, thereby enhancing competitiveness within the business environment and operational efficiency. On the contrary, insufficient efforts in talent development and attraction may result in challenges retaining quality employees, production errors, and delivery inaccuracies. Such inadequate investment and management in human capital lead to the decreasing rate of HCROI (1.4 decrease compared to previous year) which can significantly impact a company’s revenue in several ways such as reduced productivity and increased cost resulting from new recruitment and training. 1. Provide equal basic benefits and welfare to all levels of employees, compared to leading organizations. Additionally, there is a policy of hiring local people, which promotes job creation in the community.
2. Promote employee development by organizing training courses or activities related to each job position, ensuring continuous self-development among employees.
3. Create employee engagement to the Company by fostering a positive work environment and valuing employee participation and feedback
1) Increasing the average training hours for employees at all levels to a minimum of 18 hours/person/year by the year 2024
2) Employee engagement level with the organization of at least 80% by the year 2024
1) The average hours training for all level of employees were 17 hours/person/year
2) Employee Engagement Rate was 61.27%
Under the corporate KPI, employee engagement levels and the overall employee experience are key performance indicators (KPIs) for the CEO. The CEO's performance is evaluated on their ability to effectively manage, develop, and support employee talent, as well as their leadership in optimizing the recruitment process.

Material Issues for External Stakeholders

Impact Business Value Chain Topic relevance on external stakeholders External Stakeholder Metric
Efficient resource management can significantly reduce cost and material scarcity risks. Additionally, effective energy management and the use of renewable energy can help mitigate the impacts of climate change. Operation

[Positive ] Efficient resource management is significantly towards environmental protection in preventing and taking responsibility for the environmental impacts. TVO aims for reductions of the natural resources and the cause issues for surrounding communities, helping to mitigate environmental impacts from production processes, especially the clean energy usage to reduce the company’s GHG emissions.

The utilization of renewable energy has been replacing fossil fuels over 85% of the total energy consumption per year, the biomass energy and the solar energy can reduce GHG emissions by 162,600 tons of carbon dioxide equivalent per year

Additionally, the primary fuel source to generate steam energy during the manufacturing process derived from agricultural residues such as chaff and palm shells, replacing the fossil fuels by more than 60,000 tons per year.

  • Environment
Output Metric
  • Total number and intensity of energy consumption
Impact Valuation
  • Environmental value lost/gained
  • Increase of renewable energy use
Impact Metric
  • 1.43 % GHG emission reduction per year
Effective Safety and Occupational Health Management reduces workplace risks, ensures business continuity, and builds confidence among employees, suppliers, communities, and government agencies Operation And Supply Chain

Safety and Occupational Health Management addresses workplace accidents and incidents impacting employees, contractors, and surrounding communities’ health and property. TVO fosters a safety culture by promoting safety awareness and careful work practices across value chain.

The Quality, Occupational Health, Safety, and Environmental Policy, along with the workplace committee is established to ensure compliance with relevant laws, regulations, and ISO 45001 standards. The safety awareness programs are provided to employees and suppliers. In 2023, 100% of total employee work in factory was trained by using OHS Program, and there were no fatalities in the last 5 years.

The commitment extends to suppliers’ safety and occupational health management as one of key criteria in supplier screening and assessment. TVO has guidelines and collaborations support suppliers align with the Supplier Code of Conduct and standards. In 2023, 100% of new suppliers acknowledged and signed acceptance of the Supplier CoC.

  • Social
  • External employees (e.g. supply chain, contractors)
Output Metric
  • Number of work-related injuries and fatalities
Impact Valuation
  • Health costs caused/avoided
  • Caused health cost of assurance or medical treatment per person
Impact Metric
  • Increase cost of work-related medical expense

การบริหารความเสี่ยงองค์กร

ทีวีโอตระหนักถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งมีผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กร จึงได้นำกรอบแนวทางระบบการควบคุมภายในตามมาตรฐานสากลของคณะกรรมการ COSO (The Committee of Sponsoring Organization of the Treadway Commission) ที่ได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้ใช้ควบคู่กับกรอบแนวการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ERM (Enterprise Risk Management) หรือที่เรียกว่า COSO-ERM Framework นำมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงทั้งในด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน ความสอดคล้องกับกฎระเบียบปฏิบัติ ครอบคลุมความเสี่ยงจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล ความเสี่ยงใหม่ (Emerging Risks) รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้องค์กรมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และช่วยให้การดำเนินกลยุทธ์ขององค์กรเกิดประสิทธิผล

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง

ระดับคณะกรรมการ

คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง (Audit and Risk Management Committee) ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร และระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) ที่เสนอโดยคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ รวมถึงให้คำแนะนำ เสนอแนะวิธีป้องกัน และวิธีลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ให้แก่คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงและฝ่ายจัดการ

พิจารณาเกณฑ์และขอบเขตของความเสี่ยง การกำกับดูแลและสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทในระดับองค์กรที่สอดคล้องกับทิศทางในธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุน ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งมอบหมายงานอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ให้แก่คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงและฝ่ายจัดการ และติดตามอย่างสม่ำเสมอ

รายงานผลการกำกับดูแล และการปฏิบัติตามนโยบายบริหารความเสี่ยง ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นประจำ ในกรณีที่มีเรื่องสำคัญซึ่งกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ต้องรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด

ระดับจัดการ

คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงมอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ จากคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง นำไปสู่การปฏิบัติในระดับการจัดการ กำหนดกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กำหนดกระบวนการและมาตรการในการบริหารความเสี่ยง ติดตาม ทบทวนและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ในการนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแต่งตั้ง “คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง” โดยมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน ทำหน้าที่จัดทำแผนจัดการความเสี่ยง (Risk Management Plan) ร่วมกับเจ้าของความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ

ระดับปฏิบัติการ

เจ้าของความเสี่ยงระดับปฏิบัติการหรือผู้ประสานงานความเสี่ยง เช่น ผู้รับผิดชอบสายงานการผลิต ผู้รับผิดชอบด้านการตลาดแต่ละสายผลิตภัณฑ์ ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำแผนจัดการความเสี่ยงโดยวิเคราะห์ ประเมิน กำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator : KRI) รวมถึงกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง (Mitigation Plan) ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และความเสี่ยงที่ทนรับได้ขององค์กร (Risk Tolerance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานให้กับกรรมการผู้จัดการ (MD) ซึ่งเป็นประธานของคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อรายงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อรับทราบและเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าผลการจัดการความเสี่ยงของเจ้าของความเสี่ยงเป็นไปตามแผนฯ อย่างมีประสิทธิผล

องค์ประกอบของการบริหารความเสี่ยง

ทีวีโอมีการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามกรอบ COSO ERM : 2017 ประกอบด้วยการระบุความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร โดยเชื่อมโยงกับการจัดการกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้พิจารณาความเสี่ยงอย่างครบถ้วน การควบคุมภายในมีบทบาทสำคัญในการสร้างกลไกเพื่อลดโอกาสเกิดความเสี่ยง และเสริมสร้างความมั่นใจในกระบวนการดำเนินงาน ขณะที่ BCM (Business Continuity Management) สนับสนุนความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจให้ต่อเนื่อง สุดท้าย การตรวจสอบภายในทำหน้าที่ประเมินความเหมาะสมและประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้แน่ใจว่าความเสี่ยงได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามเป้าหมาย

กระบวนการบริหารความเสี่ยง

ทีวีโอใช้กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการความเสี่ยงสามารถช่วยในการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการ กำหนดวัตถุประสงค์ ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัท จากนั้นทำการ ระบุความเสี่ยง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น หลังจากนั้นในขั้นตอน ประเมินความเสี่ยง ความเสี่ยงที่ระบุจะได้รับการประเมินและจัดลำดับความสำคัญผ่าน Risk Matrix เพื่อประเมินความน่าจะเป็นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เมื่อประเมินความเสี่ยงแล้ว บริษัทจะดำเนินการ ตอบสนองความเสี่ยง โดยการเลือกวิธีการที่เหมาะสม เช่น การลด การโอน หรือการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง การ กิจกรรมการควบคุม จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างกลไกในการควบคุมและลดความเสี่ยงในกระบวนการทำงาน และสุดท้าย การติดตามผล จะช่วยในการประเมินและตรวจสอบประสิทธิภาพของการควบคุมและการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่กำหนด

การกำหนดระดับความเสี่ยง

หลักเกณฑ์การประเมินระดับความรุนแรงของความเสี่ยงที่ทีวีโอ ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัด คือ Matrix ขนาด 5x5 ระดับความรุนแรงของความเสี่ยงมี 4 ระดับ โดยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสามารถประเมินระดับโอกาสที่อาจเกิดขึ้น (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) ของความเสี่ยง โดยการให้คะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 5 ดังแสดงในรูปด้านล่าง ดังนี้

ระดับ ความหมาย
สูงมาก
E
(Extreme)

อยู่ในระดับที่องค์กร ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการจัดการทันที

สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับสูงมาก เนื่องจากอาจยังไม่มีมาตรการจัดการความเสี่ยง และ/หรือ มาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิผลเพียงพอที่จะให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการจัดทำมาตรการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมทันทีผ่านการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร (Corporate risk management)

สูง
H
(High)

อยู่ในระดับที่องค์กร ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการจัดการอย่างเร่งด่วน

สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับสูง เนื่องจากอาจยังไม่มีมาตรการจัดการความเสี่ยง และ/หรือ มาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิผลเพียงพอที่จะให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการจัดทำมาตรการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนผ่านการบริหารในระดับจัดการ (Functional risk management)

ปานกลาง
M
(Medium)

ความเสี่ยงที่อยู่ใน ระดับที่ยอมรับได้ แต่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับปานกลาง

การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

ต่ำ
L
(Low)

ความเสี่ยงที่อยู่ใน ระดับที่ยอมรับได้ แต่ต้องมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง

สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับต่ำ

การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการทบทวนความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างการกำหนดระดับความเสี่ยง

(ในปีความเสี่ยง 2567)

การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM)

ผลกระทบ Inherent Risk Level มาตรการจัดการ
  1. สารสนเทศหลักของบริษัทใช้งานไม่ได้เป็นเวลานานเนื่องจากภาวะฉุกเฉิน
  2. ระบบ E-mail Server ใช้งานไม่ได้เป็นเวลานาน
  3. Server ระบบสารสนเทศอื่น เสียหายหรือ Software ใช้งานไม่ได้เป็นเวลานาน
สูง
  1. มี Server สำรอง ในรูปแบบ Hot Site คือ เป็นระบบสำรองสามารถใช้งานได้เหมือนระบบหลัก รวมทั้งข้อมูลต่างๆ จะถูกเก็บทั้งสองแห่ง ลักษณะเหมือนเป็น Mirror Site หากเกิดภัยพิบัติขึ้นระบบสำรองสามารถทำงานแทนได้เกือบจะในทันที
  2. มีแผนการกอบกู้ระบบหรือ DRP : Disaster Recovery Plan และมีการซ้อมกู้คืน ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ความเสี่ยงที่ทำให้กิจการเข้าสู่ภาวะการหยุดชะงักทางธุรกิจ
  3. เปลี่ยนระบบ E-mail จากที่ติดตั้งภายในบริษัท ไปเป็นรูปแบบเช่าใช้ (Cloud Service) จากบริษัท Microsoft เพื่อความคุ้มทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร/จัดการ ซึ่งผู้ให้บริการจะมีการจัดทำ DR Site ให้ลูกค้าอยู่แล้ว
  4. มีระบบ Backup (Local & Off-Site backup) ตามรอบ/ความถี่ และการตรวจสอบ/ติดตามที่กำหนดในกระบวนการ ISO ของแผนก เช่น File Server ความถี่ทุกๆ วัน
  5. ปรับปรุงระบบสำรองข้อมูล ให้ครอบคลุมทั้งระบบสารสนเทศหลักของบริษัท เช่น ระบบ SAP และระบบสารสนเทศอื่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาในการกู้คืนข้อมูลจากความเสี่ยงด้าน Cyber Security

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่

1. ความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

คำอธิบาย: การดำเนินธุรกิจของบริษัทพึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย รวมถึงอินเทอร์เน็ต ในหลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น การจัดการฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูล การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเข้าถึงลูกค้า การโฆษณา และช่องทางการขาย เราตระหนักถึงความถี่ที่เพิ่มขึ้น ความซับซ้อน และความก้าวหน้าของการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบ Inherent Risk Level มาตรการจัดการ

โครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ที่สำคัญใช้งานไม่ได้ การลักลอบเข้าใช้งานหรือใช้ข้อมูลในทางที่อาจสร้างความเสียหายต่อข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและข้อมูลลับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นรวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กรในสายตาของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สูงมาก
  1. ให้ผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาด้าน Cyber Security โดยตรง (Out-Source) ทำการตรวจสอบ ปรับปรุง และให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบสูงต่อการดำเนินงานของธุรกิจ
  2. ตรวจประเมิน ปรับปรุงกระบวนการความเสี่ยงด้าน IT Risk and Security
  3. เพิ่มทีมงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบด้าน System Engineer/Security ในการติดตามดูแล ป้องกัน และรับมือด้านภัยคุกคามทาง Cyber ให้รายงานผู้บริหารรับทราบอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือใช้บริการด้าน Cyber Security Services จากผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญและมีเครื่องมือตรวจจับ/เฝ้าระวังภัยด้าน Cyber ที่มีประสิทธิภาพทำหน้าที่รับผิดชอบในการรับมือและจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติทางไซเบอร์ได้ทันเวลาเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
2. ความเสี่ยงด้าน Climate Change

คำอธิบาย: บริษัทพึ่งพาการขนส่งทางน้ำเป็นอย่างมากสำหรับวัตถุดิบหลัก และมีโรงงานตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ ดังนั้น การรักษาระดับน้ำให้เป็นปกติจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ กฎระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานและต้นทุนของบริษัท

ผลกระทบ Inherent Risk Level มาตรการจัดการ

1. ความเสี่ยงทางกายภาพ (น้ำท่วม)

  • การขนส่งวัตถุดิบทางน้ำเข้ามายังโรงงานไม่สามารถทำได้
  • กระบวนการผลิตหยุดชะงักชั่วคราวหรือส่งผลต่อการผลิต
  • ไม่สามารถขนส่งสินค้าสำเร็จรูปให้กับลูกค้าได้
สูง-สูงมาก
  1. ติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และกำหนดแผนการรับมือและแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP/BCM) กรณีน้ำท่วม
  2. จัดทำรายการผู้ขนส่งวัตถุดิบสำรองที่สามารถจัดส่งให้ได้ในช่วงวิกฤติ ในกรณีประเทศต้นทางวัตถุดิบหลัก (ถั่วเหลือง) ไม่สามารถจัดส่งวัตถุดิบได้ตามสัญญา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ

2. ความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่าน (ภาษีคาร์บอน)

  • OPEX สูงขึ้นจากการบังคับเก็บภาษีคาร์บอน
  • CAPEX สูงขึ้นจากการลงทุนเครื่องจักร เพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากการผลิต
  • กำไรลดลงจาก Operating cost ที่เพิ่มขึ้น
สูง
  1. ทบทวนนโยบาย/มาตรการต่างๆ
  2. ประเมิน Carbon footprint ขององค์กร
  3. ศึกษาเทคโนโลยีและโครงการในการลดการปล่อยคาร์บอน

นอกจากนี้ ทีวีโอ เผยแพร่รายละเอียดของปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และแนวทางบริหารจัดการที่แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2566 ส่วนที่ 1 หัวข้อ 2 การบริหารจัดการความเสี่ยง หน้า 40-48

การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า

ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความยั่งยืน โดยมีการบริหารความเสี่ยงที่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจส่งผลต่อธุรกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

  1. การจัดหาวัตถุดิบ
    • ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบที่มาจากการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล
    • ส่งเสริมการเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรไทยให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน
    • ส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจ มีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม เคารพต่อสิทธิมนุษยชน และรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้นำปัจจัยทางด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) เข้ามาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้า เพื่อสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
  2. การขนส่งขาเข้า
    • ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการขนส่งวัตถุดิบ โดยคู่ค้าธุรกิจจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานด้านการขนส่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขนส่ง
    • อบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ทำงานแก่คู่ค้าธุรกิจทุกราย เพื่อส่งเสริมเรื่องความอาชีว อนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  3. การผลิต
    • นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนา และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้ทรัพยากรในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • ลดผลกระทบจากกระบวนการผลิตที่อาจส่งผลต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจัดตั้งทีมชุมชนสัมพันธ์ เพื่อเฝ้าติดตามผลกระทบ เยียวยา หาแนวทางในการป้องกันแก้ไข และช่วยสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนรอบข้างโรงงาน
  4. การตลาดและการขาย
    • มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการ และสร้างประสบการณ์ที่ดี และความผูกพันแก่ลูกค้า ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชบริโภค
    • ขยายตลาดใหม่ไปยังต่างประเทศ โดยยึดหลักคุณภาพ โภชนาการ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหาร ภายใต้การแข่งขันด้านราคาอย่างเป็นธรรม และเหมาะสม
    • มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของคู่ค้า
  5. การขนส่งและการกระจายสินค้า
    • บริหารจัดการการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้า และผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ตรงต่อเวลา ทั้งใน และต่างประเทศ
    • อบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ทำงานแก่คู่ค้าธุรกิจทุกราย เพื่อส่งเสริมเรื่องความอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  6. ลูกค้าและผู้บริโภค
    • วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคในปัจจุบัน
    • สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่ดีผ่านผลิตภัณฑ์ของบริษัท ส่งเสริมให้ตราสินค้าของทีวีโอเป็นที่จดจำแก่ลูกค้า ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
    • สำรวจความพึงพอใจของลูกค้าและผู้บริโภค เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุง สินค้าและบริการ รวมถึงการจัดการโลจิสติกส์ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม

การจัดหาอย่างยั่งยืน

ทีวีโอ มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์กับ “คู่ค้าธุรกิจ” และพัฒนากระบวนการทำงาน เพื่อสร้างคุณค่ากับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และเป็นห่วงโซ่สำคัญของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ บริษัทเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะต้องคำนึงถึงประเด็นด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) โดยการบริหารจัดการโอกาสและความเสี่ยงที่ครบทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผลลัพธ์จะนำไปสู่การสร้างมูลค่าระยะยาวร่วมกับคู่ค้า และยกระดับความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ทีวีโอ ตั้งเป้าหมายร้อยละ 100 ของคู่ค้าหลักรับทราบและลงนามตอบรับในจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ ครบถ้วนภายในปี 2567

ทีวีโอประกาศใช้ “นโยบายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)” และ ตั้งเป้าหมายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 50 ของยอดจัดซื้อในคู่ค้าธุรกิจกลุ่มสารเคมีและบรรจุภัณฑ์ภายในปี 2571 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการส่งเสริมคู่ค้าสู่การเป็นพันธมิตรสีเขียว

จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ ดาวน์โหลด
นโยบายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) ดาวน์โหลด

ทีวีโอกำหนดแนวปฏิบัติในการคัดเลือกคู่ค้าธุรกิจ และจัดให้มีการประเมินคู่ค้าธุรกิจเพื่อเป็นมาตรฐานการดำเนินงานที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และสอดคล้องกับหลักการดำเนินงานด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG)

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ดาวน์โหลด

การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน

ถั่วเหลืองถือเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญของบริษัท ทีวีโอ มีการจัดซื้อเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพดีจากเกษตรกรในประเทศ ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง โดยมีแหล่งเพาะปลูกหลักอยู่ที่จังหวััดสุุโขทััย กำแพงเพชร อุุตรดิิตถ์์ เพชรบููรณ์์ เชีียงใหม่่ และขอนแก่น เป็นต้้น อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2557 การปลูกถั่วเหลืองในประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตของเกษตรกรที่ปลูกโดยทั่วไปยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก ราว 250 – 270 กิโลกรัมต่อไร่ ส่งผลทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกสูง เกษตรกรมีกำไรน้อย หรือไม่มีกำไรจากการปลูก จึงทยอยเลิกปลูกถั่วเหลืองและหันไปปลูกพืชอื่นทดแทน

ทีวีโอเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนการปลูกถั่วเหลืองแหล่งเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศ จึงได้ริเริ่มโครงการทดลองปลูกถั่วเหลืองแผนใหม่ในสายพันธุ์ต่าง ๆ โดยได้เริ่มจัดทำแปลงทดลองบนพื้นที่ 24 ไร่ ในอำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปลายปี 2565 และได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปในช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ผลผลิตที่ได้จากแปลงทดลอง พบว่าวิธีการปรับธาตุอาหารบำรุงดิน และเปลี่ยนวิธีการปลูกแบบเว้นระยะเพื่อให้น้ำแก่ต้นถั่วเหลืองอย่างเพียงพอ ทำให้ค่่าเฉลี่่ยผลผลิิตถั่วเหลืืองของเกษตรกรส่วนใหญ่่มากกว่า 400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่่งสููงกว่าค่่าเฉลี่่ยปกติของผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศไทย

ในปี 2566 ทีวีโอ ยังคงดำเนินโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง โดยได้ขยายขอบเขตไปยังอำเภอสันทรายและอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และมีเกษตรกรที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ 21 ราย รวมพื้นที่ทดลองเพาะปลูกทั้งสิ้น 104 ไร่ เพื่อมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศ เพิ่มแรงจูงใจในการปลูกถั่วเหลืองให้แก่เกษตรกร ให้มีต้นทุนการเพาะปลูกลดลง ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพในระยะยาวต่อไป

ด้านการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองจากต่างประเทศที่เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของโลก ได้แก่ บราซิล สหรัฐอเมริกา และอาร์เจนตินา ในปีที่ที่ผ่านมาทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศที่แปรปรวน หรือภัยธรรมชาติ ส่งผลให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามคาดการณ์ รวมถึงการขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งวัตถุดิบ บริษัทมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตลอดทั้งกระบวนการผลิตและการขนส่ง โดยมีการวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบและการประเมินความเสี่ยงในทุกด้าน เพื่อให้วัตถุดิบหลักถูกส่งมอบและนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2566 สถานการณ์การเดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทีวีโอจึงได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งเพาะปลูกเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศต้นทางผู้ผลิต เพื่อประเมินความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของวัตถุดิบแต่ละแหล่ง และเพื่อคาดการณ์ปัจจัยแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว คุณภาพ และราคา รวมถึงศึกษาข้อมูลจากบทวิเคราะห์และงานวิจัยต่างๆ และนำมาวางแผนในการจัดหาวัตถุดิบ รวมถึงเริ่มนำกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของคู่ค้า เข้ามาใช้ในกระบวนการคัดสรรคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบที่ได้มาเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี ไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกทำลายป่า ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ผิดหลักสิทธิมนุษยชน เป็นต้น โดยทีวีโอเข้าร่วมเป็นสมาชิก Sedex เกี่ยวกับการตรวจสอบหลักจริยธรรมค้าขาย และเป็นสมาชิก Round Table on Responsible Soy Association (RTRS)+

ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

นโยบายและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานในมิติสิ่งแวดล้อม ทีวีโอตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดจากการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกสถานประกอบการ จึงได้กำหนด “นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม” เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท https://www.tvothai.com/th/corporate-governance เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งมุ่งหวังให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีส่วนช่วยปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม อยู่ภายใต้ “คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม” หรือ “คณะ ES” จัดตั้งขึ้นจากตัวแทนในแผนกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการทำงานในทุกด้าน ทั้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ และของเสียจากกระบวนการผลิต เพื่อนำไปตั้งเป้าหมายการลดการใช้ทรัพยากรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิต สามารถแก้ไขปัญหาและข้อร้องเรียนจากผลกระทบต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที และรายงานการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ ESG รับทราบ

ทีวีโอ ได้ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ และรายงานต่อทีมผู้บริหารทุกเดือน เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและปรับปรุง เพื่อให้มั่นใจว่าให้ผลการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ TVO ยังดำเนินการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) ในปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Aspect) และผลกระทบ (Environmental Impact) อย่างสม่ำเสมอทั้งในกระบวนการดำเนินงานของบริษัท และกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมพื้นที่การผลิต 100% ของกลุ่มโรงงาน ได้แก่ TVO1 และ TVO3* โดยการประเมินนี้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14001 และกำหนดให้มีการทบทวนภายในองค์กรเป็นประจำเพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โรงงาน TVO1 ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 คิดเป็น 50% ของพื้นที่การผลิตทั้งหมด

*หมายเหตุ: ทีวีโอมีสถานที่ดำเนินงาน 3 แห่ง โดย TVO1 และ TVO3 เป็นพื้นที่การผลิต ส่วน TVO2 เป็นคลังสินค้า

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ดาวน์โหลด

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงาน

ทีวีโอ ตั้งเป้าหมายระยะยาวมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2588 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2603 รวมถึงตั้งเป้าหมายระหว่างทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงอย่างน้อย 20% ภายในปี 2578 เทียบกับปีฐาน 2564 เป็นความมุ่งมั่นร่วมกับเป้าหมายของประเทศไทยและนานาชาติ เพื่อช่วยลดผลกระทบของความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นกับ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน ปี 2566
ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลง 2% จากปี 2566 ให้เหลือ 1.5 กิกะจูลต่อตันถั่วเหลืองภายในปี 2567 การใช้พลังงานในกระบวนการผลิต: 1.53 กิกะจูลต่อตันถั่วเหลือง
ลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่หมุนเวียนลงเหลือ 15% ภายในปี 2567 สัดส่วนการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่หมุนเวียน = 15.3%
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% จากปีฐาน 2564 ภายในปี 2578 ปล่อยก๊าซเรือนกระจก: 46,015 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)
ได้รับการรับรองฉลากลดคาร์บอนจากผลิตภัณฑ์องุ่น 1 ลิตร ภายในปี 2568 อยู่ระหว่างการดำเนินการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อลดคาร์บอนของผลิตภัณฑ์

ISO 50001

TVO ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการพลังงาน การได้รับการรับรองนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และดำเนินงานอย่างยั่งยืน บริษัทได้ดำเนินการตรวจประเมินพลังงานเป็นประจำเพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการต่างๆ และนำผลการตรวจประเมินมาใช้ในการจัดทำ และดำเนินแผนอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ทำการฝึกอบรมให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมความรู้ และทักษะในการอนุรักษ์พลังงาน และนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม

ใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร 2566 ดาวน์โหลด

ทีวีโอเริ่มดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในปี พ.ศ. 2563 จนถึงปัจจุบัน ทีวีโอติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไปแล้วทั้งสิ้น 2 เมกะวัตต์ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดโครงการได้ทั้งสิ้น 2,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2567-2568 ทีวีโอมีโครงการติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มอีก 7 อาคาร คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 8 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ 44,000 ตารางเมตร และมีแผนการติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ทีวีโอบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

การบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย

“น้ำ” นับเป็นทรัพยากรที่สำคัญด้านหนึ่งในกระบวนการผลิต ที่ได้รับอิทธิพลสภาพอากาศสุดขั้ว จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทีวีโอ จึงให้ความสำคัญกับการบริการจัดการน้ำแบบบูรณาการ เพื่อป้องกัน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้น้ำของทีวีโอ

ลดการใช้น้ำจากภายนอกตามหลัก 3Rs
  • การลดการใช้น้ำ (Reduce)จัดทำการสำรวจ และทำแผนการลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น อาทิ ลดปริมาณน้ำที่ต้องเติมเข้าระบบหม้อไอน้ำ ด้วยการลดปริมาณการระบายน้ำ blowdown ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 2 ของอัตราระบายน้ำทั้งหมด รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการ และขั้นตอนการทำงาน ช่วนลดการใช้น้ำในขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องจักร และลดการทิ้งน้ำ RO (Reverse Osmosis) ขณะที่เครื่องจักรกำลังรอเดินเครื่อง
  • การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse)ปรับปรุงระบบการผลิตเพื่อนำน้ำผ่านกระบวนการใช้แล้วที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์กลับมาใช้ซ้ำในยูนิตอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการน้ำคุณภาพสูง อาทิ การนำน้ำ Blowdown ในหอหล่อเย็น (Cooling Tower) กลับมาใช้ซ้ำที่บ่อสเปรย์ดักฝุ่น และการนำน้ำ Reject RO ไปใช้เป็นน้ำชดเชยที่บ่อ Cooling ของโรงสกัด
  • การนำน้ำผ่านกระบวนการเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)ติดตั้งเครื่องจักรเพื่อนำน้ำทิ้งมารีไซเคิล อาทิ การนำน้ำ Reject RO และน้ำล้างเรซิ่นกลับมาผ่านกระบวนการทำน้ำอ่อนใหม่นโยบายพลังงาน

จากโครงการด้าน 3R ที่ทีวีโอได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 โครงการ ในระหว่างปี 2565-2566 ทีวีโอ สามารถลดการนำน้ำจากภายนอกมาใช้ได้มากกว่า 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

นโยบายการบริหารจัดการน้ำระดับองค์กร ดาวน์โหลด

การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ

การดำเนินการตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้านน้ำ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของธุรกิจ เพื่อศึกษาผลกระทบและจัดทำแผนบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ทีวีโอ ได้จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ ครอบคุลมประเด็นน้ำแล้ง น้ำท่วม คุณภาพน้ำดิบ รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การจัดทำมาตรการลดและจัดการความเสี่ยง อาทิ การจัดหาแหล่งน้ำสำรองและติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในกระบวนการผลิตเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำแล้งและปัญหาคุณภาพน้ำ การจัดเตรียม BCM Plan และแผนฉุกเฉินเพื่อระงับเหตุกรณีน้ำท่วม เป็นต้น โดยความเสี่ยงด้านน้ำทั้งหมด ถูกบรรจุอยู่ในทะเบียนความเสี่ยงขององค์กร ซึ่งมีกำหนดการการทบทวน และรายงานผลการดำเนินงานแก่ผู้บริหารและผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ ในปี 2566 ทีวีโอ ได้จัดทำการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ตามมาตรฐาน TCFD ทำให้บริษัทได้ทราบถึงระดับและผลกระทบด้านน้ำจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในระยะยาว นำมาซึ่งการเตรียมการตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านน้ำในอนาคตอีกด้วย

การจัดการของเสีย

ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต การบรรจุ การสนับสนุนการผลิตที่สำนักงาน รวมถึงของเสียที่เกิดจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการจัดการอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

ทีวีโอ บรรลุเป้าหมายการไม่นำของเสียไปฝังกลบตั้งแต่ปี 2563 และในปีนี้ บริษัทบรรลุเป้าหมายการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ได้ 100% อาทิ การนำขี้เถ้าแกลบไปทำปุ๋ย การนำดินฟอกสี (bleaching clay) ที่มีค่าความร้อนสูงไปใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงผสม เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนในเตาเผาอุตสาหกรรมซีเมนต์ รวมถึงการนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วไปประโยชน์ภายในโรงงานโดยไม่มีการปล่อยออกนอกรั้วโรงงานอีกด้วย

ของเสียกว่าร้อยละ 90 ของทีวีโอ คือขี้เถ้าแกลบจากการผลิตไอน้ำในกระบวนการผลิต ซึ่งในปี 2567 โครงการ New TVO1 ได้มีการติดตั้งหม้อไอน้ำใหม่ ซึ่งมีความสามารถสับเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายชนิด ซึ่งจะทำให้สามารถลดขี้เถ้าแกลบจากการผลิตไอน้ำลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น ทีวีโอ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการนำขี้เถ้าแกลบไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงโครงการศึกษาการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากขี้เถ้าแกลบเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับพนักงานที่จะเกษียณอายุอีกด้วย

การตรวจสอบกระบวนการจัดการของเสีย

ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการจัดการของเสียอย่างเคร่งครัด โดยอ้างอิงกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน ISO 14001 ซึ่งโรงงาน ทีวีโอ 1 ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 50% ของจำนวนโรงงานทั้งหมด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ในปี 2566

ในปี 2567 บริษัททำการขยายผลการดำเนินงานจาก TVO1 ไปยัง TVO3 โดยจัดให้มี Internal เพื่อให้มั่นใจว่าแนวปฏิบัติด้านการจัดการของเสียถูกนำไปใช้ในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

การทำ Internal Audit ในแต่ละครั้ง จะประกอบด้วยผู้ตรวจประเมินภายในจากหลายโดยมุ่งตรวจสอบ และพัฒนาในประเด็นสำคัญด้านการจัดการของเสียที่สำคัญ ได้แก่:

  • การจัดการของเสียในแต่ละวันอย่างเหมาะสม เช่น การคัดแยกของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการจัดการของเสียให้มีความพร้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
  • การสื่อสารแนวปฏิบัติด้านการจัดการของเสียอย่างชัดเจนให้กับพนักงานผ่านช่องทางภายใน การประชุม และสื่อประชาสัมพันธ์

ซึ่งกระบวนการตรวจสอบ ทั้งภายใน และภายนอกเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรับรองความสอดคล้องกับข้อกำหนดและการค้นหาโอกาส ในการปรับปรุงกระบวนการจัดการของเสียของบริษัทให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การจัดการ Food Loss และ Food Waste

ทีวีโอ มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสียอาหาร และขยะอาหารในทุกกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุทาน ด้วยการออกแบบกระบวนการสกัดน้ำมันถั่วเหลืองที่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ น้ำมันถั่วเหลืองและวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์ นอกจากนี้ ผลพลอยได้อื่นๆ เช่น เลซิทิน ผิวถั่วเหลือง และน้ำมันถั่วเหลืองดิบ ยังถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและกล่าวได้ว่า ทีวีโอ ไม่มีการสูญเสียอาหารเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต

เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนความตระหนักรู้ในหมู่พนักงานเกี่ยวกับการจัดการของเสียในชีวิตประจำวัน ในปี 2566 ทีวีโอจึงได้ดำเนินโครงการ “How to ทิ้ง แยกขยะก่อนทิ้ง ดีต่อเรา ดีต่อโลก” เพื่อสร้างวัฒนธรรมในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเหมาะสม ผลจากการดำเนินโครงการในปี 2566 ทีวีโอร่วมกับโครงการไม่เทรวมของกรุงเทพมหานครนำเศษอาหารจากสำนักงานไปเป็นอาหารสัตว์ ช่วยลดการนำขยะอาหารไปฝังกลบได้ถึง 504 กิโลกรัม

ความพยายามเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของ TVO ในการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหา Food Loss และ Food Waste พร้อมทั้งส่งเสริมการนำไปใช้ในทางเลือกอื่น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDG

ผลการดำเนินด้านการจัดการ Food Loss และ Food Waste

ในปี 2567 การสูญเสียอาการ และขยะอาหารในกระบวนการดำเนินงานของทีวีโอได้มีการวัดผล และจัดหมวดหมู่ตามวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ดังนี้:

  • การจัดการวัตถุดิบ (0 ตัน) : ถั่วเหลืองเน่าเสียระหว่างการขนส่งวัตถุดิบ ที่ไม่สามารถนำเข้ากระบวนการผลิตได้
  • การผลิต (0 ตัน): ไม่มีการสูญเสียอาหารเนื่องจากการออกแบบกระบวนการสกัดน้ำมันถั่วเหลืองที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการนำผลิตภัณฑ์พลอยได้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ (อาหารสัตว์)
  • ผลิตภัณฑ์หลังการขาย (7.15 ตัน): น้ำมันพืชใกล้หมดอายุเนื่องจากการบริหารจัดการอายุการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม และการเสียหายจากการขนส่ง โดยในปี 2023 มีน้ำมัน 6.4 ตันถูกส่งกลับเข้ากระบวนการผลิต เพื่อผลิตเป็นน้ำมันใหม่
  • กิจกรรมของพนักงานเพื่อสนับสนุนการผลิต: เศษอาหาร 504 กิโลกรัมจากโรงอาหาร ถูกนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์
  • Food loss & waste intensity : 0.001kg / tons Soybean

การจัดการผลกระทบ และข้อร้องเรียน

ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการจัดการผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิต ตลอดจนข้อร้องเรียนที่ได้รับการแจ้งเข้ามายังบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมจัดตั้ง “ทีมงานแผนกชุมชนสัมพันธ์” ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับชุมชนรอบข้างอย่างใกล้ชิด เข้าพบปะเยี่ยมเยือนชุมชนในแต่ละครัวเรือน เพื่อรับฟังและดำเนินการเยียวยาข้อร้องเรียนต่างๆ ในเบื้องต้นก่อนประสานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละด้าน เพื่อลดผลกระทบจากกระบวนการผลิตให้ได้มากที่สุด รวมทั้งสื่อสารกลับไปยังชุมชนเพื่อรับทราบถึงผลการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่างๆ ของทีวีโอต่อไป

การดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • แผนงานระยะสั้น
    โดยเริ่มต้นจากการหาสาเหตุของผลกระทบ ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ประเมินผลและติดตาม ตลอดจนมีการสุ่มตรวจผลการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะ และสื่อสารต่อชุมชนเพื่อรับทราบเป็นระยะ
  • แผนงานระยะยาว
    ประกอบด้วยการจัดทำแผนภูมิชุมชนรอบโรงงาน เพื่อดำเนินการป้องกันและลดผลกระทบในอนาคตให้สอดคล้องฤดูกาลและทิศทางลม รวมถึงการวางแผนการซ่อมบำรุงและจัดอบรมเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติงานให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบจากกระบวนการผลิตขึ้นมาอีกในอนาคต

ในปี 2566 ไม่พบว่ามีข้อร้องเรียนจากชุมชนเรื่องผลกระทบจากกระบวนการผลิตที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือการร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ อย่างไรก็ตาม ทีมงานแผนกชุมชนสัมพันธ์ยังคงติดต่อสื่อสารและลงพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบติดตามผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าการปรับปรุงการดำเนินงานให้กับทางชุมชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน

Standard Data 2020 2021 2022 2023
GRI 307-1 จำนวนกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม
(กรณีที่ต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมาก (>10,000 USD) จากกรณีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม)
0 0 0 0
SET ESG Rating จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม 0 0 0 0

นโยบายการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและสวัสดิภาพสัตว์

TVO ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเกษตรกรรม ซึ่งป็นปัจจัยต้นทางและพื้นฐานของธุรกิจ จึงประกาศนโยบายและให้คำมั่นในการส่งเสริมการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของธุรกิจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การบริหารของทีวีโอ และคู่ค้าด้านการเกษตรกรรม ดังนี้

บริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหมายรวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ ลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของคู่ค้าธุรกิจ
  • คู่ค้าทางการเกษตร ควรประยุกต์หลักการการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนในการดำเนินงาน อาทิ การปรับปรุงดิน ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงแนวปฏิบัติอื่นๆ เพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ
  • พิจารณาลดการใช้สารเคมีอันตราย หรือปรับเปลี่ยนมาใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงลดการใช้ยาฆ่าแมลงเกินความจำเป็น
  • มีส่วนร่วมและดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ โครงการอนุรักษ์พลังงาน หรือเลือกใช้พลังงานสอาด ซึ่งมีส่วนช่วยในการรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศทั้งทางตรงและทางอ้อม
  • คู้ค่า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ ผลิตเนื้อสัตว์ และแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ ต้องตระหนักถึงความสำคัญ และปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติสากลด้านสวัสดิภาพสัตว์ หรือ “หลักอิสระ 5 ประการ (Five Freedoms)” ซึ่งประกอบด้วย สัตว์ที่เลี้ยงต้องมีอิสระจากความหิวกระหายและการให้อาหาร ที่ไม่ถูกต้อง มีอิสระจากความไม่สะดวกสบายอันเนื่องมาจากสภาวะแวดล้อม มีอิสระจากความเจ็บปวด บาดเจ็บ หรือโรคภัย มีอิสระจากความกลัวและความทุกข์ทรมาน และมีอิสระในการแสดงพฤติกรรม ตามปกติของสัตว์

(ที่มา : เอกสารจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ 2567)

การรับรองมาตรฐานสากลสำหรับเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

วัตถุดิบ มาตรฐานที่รับรอง The Coverage of products Certified Exposure of Product Certified
ถั่วเหลือง RTRS 0.0002% 0.0002%
Others: Moratorium and The U.S Soybean Sustainability Assurance Protocol 99.3% 99.3%
ปลาซาร์ดีน GMP Certificate issued by the Department of Fisheries, Ministry of Agriculture and Cooperatives, Government of Thailand 100% 100%

TVO มุ่งมั่นสู่บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

ทีวีโอ ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญจากการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันพืชชั้นนำของประเทศไทย ทำให้มีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในปริมาณมาก ทำให้บริษัท ตระหนักถึงหน้าที่รับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ประกาศ “นโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน ในการนำโซลูชันนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้งาน คุณภาพ และความยั่งยืน

“ทีวีโอความมุ่งมั่นที่จะยกเลิกบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็น ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และลดปริมาณการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก และลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์.”

เป้าหมาย : “ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของน้ำมันองุ่น 1 ลิตร ลงอย่างน้อย 2% ภายในปี 2025 ด้วยการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก”

นโยบายและคู่มือบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน Download

ความก้าวหน้าที่สำคัญ:

  • การยกเลิกการใช้ พลาสติกใส่ปิดผนึกขวด (Cap seal) ตั้งแต่ปี 2022 ช่วยลดขยะพลาสติกที่ไม่จำเป็นได้ถึง 3,600 กิโลกรัมต่อปี
  • การปรับเปลี่ยนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ น้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร ครั้งที่ 1 ในปี 2563 โดยลดการใช้พลาสติก PET ลง 4 กรัมต่อขวด สามารถคงความแข็งแรง และไม่ส่งผละกระทบต่อคุณภาพน้ำมัน ส่งผลให้ลดปริมาณพลาสติกลงได้มากถึง 350,000 กิโลกรัมต่อปี
  • การพัฒนาต่อเนื่อง ในปี 2024 การใช้พลาสติกลดลงเพิ่มเติมอีก 3 กรัมต่อขวด โดยบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบใหม่นี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้จริง และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของผู้บริโภค รวมถึงคุณภาพของน้ำมัน
  • เพิ่มสัดส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่มาจากวัสดุรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 กล่องน้ำมันองุ่น 1 ลิตร ทั้งด้านนอกและไส้ใน ทำมาจากกระดาษรีไซเคิล 100%

ผลการดำเนินงาน

ประเภทวัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในปี 2566
ประเภทวัสดุ ความครบถ้วนของข้อมูล น้ำหนัก (ตัน) % ของวัสดุรีไซเคิล เป้าหมาย 2023 (% of total weight)
บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้/เส้นใยกระดาษ 100% 1,991.57 43% N/A
บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ (เช่น เหล็ก อลูมิเนียม) 100% 397.41 0 N/A
บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว 100% N/A N/A N/A
บรรจุภัณฑ์พลาสติกในปี 2566
ชนิดของบรรจุภัณฑ์พลาสติก หน่วย 2020 2021 2022 2023
A. น้ำหนักรวมของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด ตัน N/A N/A N/A 2,753.93
B. เปอร์เซ็นต์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำไปรีไซเคิลได้ เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักรวมทั้งหมดของบรรจุภัณฑ์พลาสติก N/A N/A N/A 99.7
C. เปอร์เซ็นต์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ N/A N/A N/A 0
D. เปอร์เซ็นต์ของวัสดุรีไซเคิลที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก N/A N/A N/A 0
ความครบถ้วนของข้อมูล % N/A N/A N/A 100%

ความยั่งยืนด้านสังคม

การเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทประกาศ “นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน” เป็นหลักปฏิบัติร่วมกันในการดำเนินธุรกิจ เพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม หรือการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งประกาศ “นโยบายการควบคุมการใช้แรงงานเด็ก และการเยียวยากรณีพบการจ้างแรงงานเด็ก” ที่ครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการว่าจ้างแรงงานเด็ก

ในปี 2566 บริษัทได้เริ่มนำ “กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน” (Human Rights Due Diligence : HRDD) มาปรับใช้ในองค์กร โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมตลอดทุกขั้นตอนในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานในทุกขั้นตอนจะไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการร่วมปรึกษาเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ทั้งต่อพนักงานและบริษัท รวมทั้งเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความคิดเห็นและความต้องการของพนักงาน ซึ่งทุกประเด็นจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ และปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย

นโยบายสิทธิมนุษยชน ดาวน์โหลด
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ดาวน์โหลด
ผลการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ดาวน์โหลด

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

เป้าหมาย ผลการดำเนินงานในปี 2566
อุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานเป็นศูนย์ (Zero Accident) ไม่เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานต่อเนื่อง 3,000,000 ชั่วโมงการทำงานในปี 2566 และ 6,000,000 ชั่วโมงการทำงานภายในปี 2567 ไม่เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานต่อเนื่อง 3,678,544 ชั่วโมงการทำงาน
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR)  สำหรับพนักงานเป็น 0 กรณีต่อ 200,000 ชั่วโมงการทำงาน ภายในปี 2567 LTIFR เท่ากับ 0
ค่า TRIR (Total Recordable Injuries Rate) ไม่เกิน 0.22 ภายในปี 2567 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มอุตสาหกรรม Starch and vegetable fats and oil manufacturing (NAICS 311220) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.8 TRIR เท่ากับ 0.47

การตรวจประเมินความสอดคล้อง

บริษัทจัดให้มีการประเมินความสอดคล้อง และประสิทธิภาพการจัดการตามมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001- Occupational Health & Safety Management System ) ทั้งการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และตรวจติดตามประจำปี (Surveillance Visit) โดยผู้ตรวจประเมินจากภายนอก โดยจะนำผลที่ได้จากการตรวจประเมินมาทำการแก้ไขป้องกัน เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

การสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติการณ์

เพื่อให้กระบวนการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติการณ์ ที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บจากการทำงาน การเจ็บป่วยและโรคจากการทำงาน รวมถึงภาวะฉุกเฉินต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การแก้ไขที่ต้นเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำ TVO ได้กำหนดให้กระบวนการสอบสวนมีความสอดคล้องกับมาตรการเก็บ รวบรวม และรายงานข้อมูลอุบัติการณ์ด้านอาชีวอนามัย (Safety Incident Information and Reporting Standard) และ มาตรฐานการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติการณ์ (Incident Investigation & Analysis) ดังนี้

ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหต
จัดทำทะเบียนการเกิดอุบัติเหตุ
สอบสวนวิเคราะห์อุบัติเหตุโดยคณะกรรมการสอบสวน
ติดตามผลการแก้ไขและป้องกัน
รายงาน

ผลการดำเนินการเพิ่มเติม

GRI Indicators Data Unit 2020 2021 2022 2023
- Lost-Time Injury Frequency Rate (LTIFR)
3.4.4 Employees case/200,000 hours worked N/A 0 0 0
3.4.5 Contractors case/200,000 hours worked 0 0 0 0

ทีวีโอกำหนดให้ความปลอดภัยในการทำงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน มุ่งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร จึงได้ประกาศ “นโยบายคุณภาพ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ทั้งในบริเวณโรงงาน พื้นที่ปฏิบัติงาน ภายในอาคารสำนักงานและบนเว็บไซต์ของบริษัท โดยมี “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ” ทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งเสนอมาตรการปรับปรุงแก้ไข เพื่อยับยั้งหรือลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

นโยบายคุณภาพ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดาวน์โหลด

การดูแลพนักงาน

ทีวีโอมุ่งส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในโลกธุรกิจ โดยส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบการจัดอบรมภายใน และส่งเสริมการเข้าร่วมอบรมภายนอก รวมไปถึง การเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง เพื่อมุ่งเน้นให้พนักงานเกิดการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ในปี 2566 จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานอยู่ที่ 17 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

ค่าตอบแทนและผลประโยชน์

บริษัทมุ่งมั่นที่จะจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมตามผลงาน ความสามารถ และมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น

แนวปฏิบัติด้านค่าตอบแทนและผลประโยชน์พนักงาน ดาวน์โหลด

ทีวีโอ ใช้หลักการคำนวณค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยใช้ข้อมูลจาก Asia Floor Wage Alliance เป็นข้อมูลอ้างอิงในการประเมินระดับค่าจ้างของพนักงาน เพื่อมั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าจ้างที่เพียงพอ

“พนักงานทุกคนในองค์กรจะได้รับการประเมินระดับค่าจ้างที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตอย่างครบถ้วนภายในปี 2025”

โครงการพัฒนาพนักงาน

โครงการ Lean Enterprise: ยกระดับกระบวนการทางธุรกิจและทักษะพนักงาน

มีวัตถุประสงค์หลักในการปรับปรุงกระบวนการทำงานของบริษัทให้มีความเป็นระบบ ลดความผิดพลาด ความสูญเปล่า และลดระยะเวลาในการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานระบบการทำงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของพนักงานผ่านการฝึกอบรมและการนำหลักการ Lean มาใช้ในกระบวนการทำงาน ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมให้พนักงานมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์องค์กรในอนาคต

  • ประโยชน์ที่ได้รับ: ลดเวลาในการผลิตซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง 360.41 ล้านบาท
  • จำนวนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ 36 คน คิดเป็น 2.97% ของพนักงานทั้งหมด
โครงการ Happy Workplace

บริษัทได้จัดทำโครงการร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นของพนักงานให้เหมาะสมกับการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะทักษะในการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับความสุขของพนักงาน และเสริมสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งระหว่างพนักงานและองค์กร โครงการนี้ใช้ Happinometer เป็นเครื่องมือในการประเมินผลเพื่อให้บริษัทสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงแผนพัฒนาทักษะของพนักงานในด้านต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุดและเหมาะสม ในปีนี้ บริษัทได้จัดการอบรมและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการฟุตบอลประเพณี TVO, กิจกรรมบอกลาออฟฟิซซินโครม, พิชิตความเครียด Burn Out และกิจกรรมเตรียมวันเกษียณ เงินดี ชีวิตดี ซึ่งไม่เพียงแค่พัฒนาทักษะการทำงานของพนักงาน แต่ยังเสริมสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กรอย่างยั่งยืน

  • ประโยชน์ที่ได้รับ: ความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 61.27% เป็น 62.08%
  • จำนวนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ 423 คน คิดเป็น 34.84% ของพนักงานทั้งหมด
ความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร
2023 2024
เป้าหมาย 60% 80%
ผลการดำเนินงาน 61.27% 62.08%

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

ทีวีโอมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

1. การบริหารจัดการตามวัตถุประสงค์ (Management by objectives)

ทีวีโอมีนโยบายจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมแก่พนักงานทุกระดับ โดยพิจารณาจากผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีและศักยภาพของพนักงานควบคู่กับผลประกอบการของบริษัท ในปี 2566 บริษัทได้เริ่มใช้งานระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System: PMS) เพื่อกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ประจำปีสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาความสามารถของบุคลากรและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จนอกจากนี้ ระบบ PMS ยังช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงาน โดยกระตุ้นให้พนักงานตระหนักถึงจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงของตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
ความถี่: ปีละครั้ง

2. การประเมินผลงานแบบ 360 องศา

ในปี 2567 ทีวีโอเริ่มนำระบบ 360-degree feedback มาใช้ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงาน ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและองค์กรอย่างรอบด้าน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลากหลายมิติ ทั้งผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา ช่วยให้กระบวนการประเมินมีความครอบคลุม โปร่งใส และลดความลำเอียง พนักงานสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาทักษะและศักยภาพของตนเองได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยอมรับความคิดเห็น และเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีม นอกจากนี้ ระบบยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพในด้านการพัฒนาบุคลากรและการบริหารองค์กรอย่างยั่งยืน
ความถี่: ปีละ 2 ครั้ง

แนวทางการสนับสนุนพนักงาน

บริษัทมุ่งมั่นดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เน้นการส่งเสริมและดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจของพนักงาน โดยมีเป้าหมายให้พนักงานทุกคนมีความสุขและมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงาน แต่ยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร เพื่อร่วมสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว

ในปี 2567 บริษัทเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและจัดให้มีสวัสดิการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพนักงานมากขึ้น ดังนี้

Program Detail
Flexible Working hours ปรับรูปแบบเวลาการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น อนุญาตให้พนักงานเลือกเวลาทำงานตามความสะดวกภายใต้กรอบเวลาการทำงานที่กำหนด พนักงานสามารถเริ่มต้นและเลิกงานได้ตามต้องการ ช่วยให้พนักงานสามารถบริหารเวลาได้ดีขึ้น สร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว และยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจและประสิทธิภาพในการทำงานได้
Work from Home and Work from Anywhere arrangements กำหนดวันทำงานจากที่บ้านตามความเหมาะสมของแต่ละแผนก เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ลดเวลาการเดินทาง ทำให้พนักงานสามารถบริหารเวลาและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของพนักงานและองค์กรได้
ห้องนมแม่ จัดเตรียมห้องพักที่เป็นส่วนตัวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานหญิงที่กำลังให้นมบุตร รวมถึงการจัดสรรเวลาในการหยุดพักเพื่อให้นม ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างเหมาะสม และสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการดูแลสุขภาพของตนเองและบุตร
ลาเพื่อคลอดบุตร กำหนดนโยบายให้พนักงานสามารถลาหยุดเพื่อคลอดบุตรโดยได้รับค่าจ้างสูงสุดถึง 14 สัปดาห์ เพื่อให้พนักงานมีเวลาในการดูแลและสร้างความสัมพันธ์กับบุตรอย่างเต็มที่

ผลการดำเนินการเพิ่มเติม

GRI Indicators Data Unit 2020 2021 2022 2023
3.1.4 Share of women in all management positions % of total management positions 27 35 28 35
Share of women in management positions in revenue-generating functions % all such managers 6 10 9 12
Share of women in STEM-related positions % total stem positions N/A N/A N/A 13
TVO is committed to 40% of all manager position to be held by women, by 2030 (target year)
405-1 3.1.5 Workforce breakdown based on Nationality
Thai % 100 100 100 100
Others % 0 0 0 0
201-1 3.3.3 Total Revenue Million Baht 25,062,321,379 31,799,328,644 39,321,473,237 34,536,490,719
Total Operating Expenses Million Baht 22,925,870,814 29,170,584,911 37,281,805,371 33,590,746,871
Total employee-related expenses (salaries + benefits) Million Baht 718,943,000 758,119,000 734,295,000 695,132,000
Human Capital Return on Investment (HCROI) - 3.97166 4.46746 3.77772 2.36052
401-1 3.3.4 Total number of new employee hires person 203 240 178 46
% of open positions filled by internal candidates (internal hires) % N/A N/A N/A 28
3.3.8 Total employee turnover rate % 4 9 14 12
Voluntary employee turnover rate % 8 12 7 18

การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม

ทีวีโอส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานและชุมชน โดยจัดกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งมี “หน่วยงานชุมชนสัมพันธ์” ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลักผ่านการสื่อสารกับชุมชน เช่น การรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลใจของชุมชน มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน

โครงการ CSR - DIW Continuous 2566

ทีวีโอเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ CSR - DIW Continuous 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ผ่านการสานเสวนาร่วมกับชุมชนรอบโรงงานในรัศมีอย่างน้อย 5 กิโลเมตร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังและแก้ไขปัญหาตามความต้องการของชุมชน โดยปีนี้ได้จัดกิจกรรมฝึกทำสบู่ซักล้างจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ส่งเสริมแนวคิดการเพิ่มมูลค่าและลดปริมาณของเสียจากครัวเรือนซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม พร้อมทั้งส่งตัวแทนพนักงานเข้าไปแบ่่งปันและถ่่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของน้ำมันพืชใช้แล้ว รวมไปถึงแนะนำแนวทางการจัดการน้ำมันพืชเก่าอย่างถูกต้อง

โครงการ Caring & Sharing: แบ่งปันด้วยใจเพื่อสังคมไทยยั่งยืน

โครงการ Caring & Sharing เป็นกิจกรรมที่ทีวีโอดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 บริษัทมุ่งเน้นการสร้างสังคมพึ่งพาตนเองได้ในชุมชน ส่งเสริมให้ชาวบ้านเกิดการพัฒนาเอง ทั้งในด้านทักษะการใช้ชีวิตและทักษะอาชีพ โดยทีวีโอเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาสู่โรงเรียนและเยาวชนที่ขาดแคลน ส่งเสริมสุขภาวะของคนในชุมชน ส่งเสริมการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับประชาชนในชุมชน เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ตัวอย่างกิจกรรม อาทิ การสนับสนุนการศึกษาสู่เยาวชน การสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์ และร่วมอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น

สุขภาพและโภชนาการ

ความมุ่งมั่นของ TVO เพื่อสุขภาพและโภชนาการที่ยั่งยืน

บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านสุขภาพและโภชนาการรวมถึงการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคในระยะยาว จึงได้จัดให้มีหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยมีผู้เชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ทำหน้าที่ดังนี้

  1. กำหนดขอบเขตการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านสุขภาพและโภชนาการอย่างชัดเจน
  2. กำหนดเกณฑ์ด้านสุขภาพและโภชนาการเพื่อใช้ในการวัดผลสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
  3. กำหนดเกณฑ์ด้านสุขภาพและโภชนาการเพื่อประเมินความก้าวหน้าด้านสุขภาพและโภชนาการของผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่
  • ขอบเขตการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของหน่วยงาน R&D
    1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ: ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ลดปริมาณไขมันทรานส์ (Trans Fat) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค
    2. การรักษาคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์: เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลดการสูญเสียพลังงานและทรัพยากร พร้อมมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบตั้งต้นและทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เพื่อสนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
    3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน: วิจัยและออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสะดวกต่อการใช้งานของผู้บริโภค เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล และการออกแบบที่ช่วยรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์และยืดอายุการเก็บรักษา
  • เกณฑ์ด้านสุขภาพและโภชนาการเพื่อใช้ในการวัดผลสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่
    1. การเติมส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยการทดสอบในห้องปฏิบัติการจะใช้วิธีการวัดปริมาณของในผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อระบบการทำงานของร่างกาย
    2. การลดไขมันทรานส์ที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ด้วยการตรวจสอบค่าปริมาณไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ

บริษัทมีการติดตามและตรวจสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยทำการเปรียบเทียบตามเกณฑ์ในห้องปฏิบัติการให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามข้อเสนอแนะที่ได้รับ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทตอบสนองต่อความต้องการทางโภชนาการของผู้บริโภคอย่างดีที่สุด

ฉลากผลิตภัณฑ์

บริษัทให้ความสำคัญในการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเปิดช่องทางในการรับฟังข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากลูกค้าผ่านศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท

ในปี 2566 ร้อยละ 100 ของสินค้าน้ำมันถั่วเหลืองมีการแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากสินค้าตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานมาตรฐาน GHPs, HACCP เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง

ข้อมูลโภชนาการ

แสดงข้อมูลส่วนประกอบสำคัญ และข้อมูลโภชนาการ ตามที่กฎหมายกำหนด

แสดงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณแนะนำต่อวัน (GDA)เพื่อแสดงปริมาณการบริโภคที่แนะนำต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

ข้อมูลเฉพาะ

แสดงข้อมูลเพิ่มเติม ด้านการรรับรองมาตรฐานการผลิต
ด้านสิ่งแวดล้อม และเครื่องหมายฮาลาล

ข้อมูลเพิ่มเติม

แสดงข้อมูลวิธีการใช้ การเก็บรักษา และคำแนะนำ

ผลการดำเนินการเพิ่มเติม
GRI Indicators Data Unit 2023
- 3.5.2 Percentage of total sales volume of consumer products, that are lowered in satured fats, trans fats, sodium, sugars and added sugars % 99.6
percentage of total sales volume of consumer products that contain increased nutritious ingredients like fiber, vitamins  , minerals, phytochemicals or functional food additives % 0.19
the percentage of total sales volume of consumer products that are renovated/ reformulated % 0.00

การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า

ทีวีโอให้ความสำคัญกับการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสุขภาพและโภชนาการที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนในทุกมิติ

หน่วย 2563 2564 2565 2566
เกณฑ์การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า ร้อยละ 80 80 80 80
ผลการประเมินความพึงพอใจเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 91.51 90.88 92.84 90.32
ขอบเขตการรายงานข้อมูล ร้อยละของรายได้รวม 49 55 54 61

กิจกรรมด้านความความยั่งยืน

การลดการใช้ทรัพยากร

ทีวีโอมุ่งมั่นพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดน้ำมันพืช กล่องบรรจุภัณฑ์น้ำมันพืช รวมไปถึงถุงบรรจุภัณฑ์กลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อสนับสนุนการเป้าหมายการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับองค์กร โดยมีการปรับโฉมขวดน้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการพัฒนาให้ใช้เม็ดพลาสติกลดลง 4 กรัมต่อขวด แต่ยังคงมาตรฐานความแข็งแรงตามเดิม ทำให้สามารถช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกโดยรวมได้ถึง 350,000 กิโลกรัมต่อปี รวมถึงยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวด (Cap Seal) ในผลิตภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร ช่วยลดการใช้พลาสติกไปได้อีกกว่า 26,000 กิโลกรัม

นอกจากนี้ยังได้พัฒนากล่องบรรจุภัณฑ์น้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร ลดความหนาของกล่องบรรจุภัณฑ์ ทำให้น้ำหนักเบาลง และเปลี่ยนมาใช้กระดาษรีไซเคิล ช่วยลดการใช้ทรัพยากร สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษไปได้กว่า 70,400 กิโลกรัมต่อปี รวมถึงพัฒนาถุงบรรจุภัณฑ์กลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดความหนาของผ้าทอเส้นกระสอบลงจาก 80 ไมครอน เป็น 60 ไมครอน ลดการใช้ทรัพยากรเส้นทอไปได้กว่า 12,517 กิโลกรัมต่อปี โดยยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความแข็งแรง ความปลอดภัยด้านอาหารและสะดวกต่อการใช้งานตามเดิม

การจัดการขยะในองค์กร

ทีวีโอตระหนักถึงการบริโภคอย่างรับผิดชอบตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนการส่งมอบผลิตภัณฑ์จนถึงมือผู้บริโภค จึงได้จัดทำโครงการ “TVO รวมพลัง คืนชีวิต ขวดน้ำมัน” มีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่และโรงงานมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการจัดการขวดน้ำมันพืชใช้แล้วและขวดพลาสติก PET เพื่อรวบรวมนำเข้าสู่กระบวนการ รีไซเคิลอย่างถูกวิธี

จากการดำเนินงานในระยะแรกขวดที่เก็บรวบรวมได้ถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ “จานรองแก้ว” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ผู้มีอุปการะคุณ

ทั้งนี้ในปี 2566 ทีวีโอได้ต่อยอดเป็น “โครงการ How to ทิ้ง แยกขยะก่อนทิ้ง ดีต่อเรา ดีต่อโลก” ด้วยหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีในสถานที่ทำงาน เพื่อยกระดับโครงการคัดแยกขวดไปสู่การคัดแยกขยะแบบครบวงจร โดยมุ่งหวังให้เกิดวัฒนธรรมการคัดแยกขยะแต่ละประเภทอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง โดยขวดพลาสติก PET ที่ได้จากโครงการได้เก็บรวบรวมนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เสื้อยืดจากผ้ารีไซเคิล และถุงผ้า เป็นต้น

โครงการนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกด้วยการจัดการอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทางแล้ว ยังสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นของใช้ชิ้นใหม่จากวัสดุรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะและมีส่วนร่วมในการสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อีกด้วย

ส่งเสริมการมีส่วนกับชุมชน

ทีวีโอส่งเสริมเส้นทางอาชีพสู่ชุมชน

ทีวีโอส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำโครงการ TVO ส่งเสริมอาชีพสู่ชุมชน ฝึกทักษะทำสบู่ซักล้างจากน้ำมันพืชใช้แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของน้ำมันพืชใช้แล้ว และเสนอแนะแนวทางการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดประโยชน์ โครงการนี้ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดปริมาณขยะในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง ขั้นตอนการทำสบู่จากน้ำมันพืชใช้แล้วมีวิธีการไม่ยุ่งยาก ผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถทำตามได้เองที่บ้าน ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน อีกทั้งผู้ที่เข้าร่วมโครงการยังสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดการสร้างอาชีพได้


“โครงการจานบิน Eco Flying” แปรรูปผักตบชวาเป็นภาชนะบรรจุอาหาร

ด้วยแนวคิดอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำท่าจีนให้ใสสะอาด แก้ปัญหาวัชพืชผักตบชวาหนาแน่นกีดขวางเส้นทางจราจรทางน้ำ รวมทั้งมุ่งเน้นการสร้างสังคมพึ่งพาตนเองได้ของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ทีวีโอจับมือกับวิสาหกิจชุมชนเกาะลัดอีแท่น อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ร่วมดูแลแม่น้ำท่าจีน ในโครงการ “จานบิน ECO FLYING” ผ่านการสนับสนุนให้ตัวแทนชุมชนได้ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฝึกมีชีวิต กศน. หนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดแนวทางนำผักตบชวากลับมาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นอีกครั้ง

โดยการนำ ใบ มาทำภาชนะรักษ์โลกสำหรับใส่อาหาร เพื่อจำหน่ายให้คาเฟ่หรือร้านอาหารในพื้นที่ ซึ่งภาชนะชนิดนี้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติหลังการใช้งาน และทีวีโอมีแผนต่อยอดโครงการฯ เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำแผนงานการแปรรูป ลำต้น ของผักตบชวาไปเป็นวัสดุกันกระแทก ซึ่งวัสดุกันกระแทกนี้จะถูกนำมาใช้แทนพลาสติกกันกระแทกเดิมในกล่องบรรจุสินค้าของทีวีโอในอนาคตอีกด้วย

โครงการนี้ถือเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกทางหนึ่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้ให้กับชุมชน มีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริษัทและชุมชนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

สำนักงานใหญ่

149 ถนนรัชดาภิเษก (ท่าพระ-ตากสิน) แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600

โรงงาน

81/7 หมู่ 1 ตำบลไทยาวาส อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 73120

ติดต่อเรา

+66 2 477 9020
info@tvothai.com