ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการพิจารณาคุณค่าและประเมินความสำเร็จของธุรกิจอย่างสมดุล ทั้งการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) รวมทั้งการดำเนินธุรกิจให้เติบโตด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ (Governance) หรือ ESG
ทีวีโอ ให้ความสำคัญและยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรม จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านบรรษัทภิบาลและกำกับปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติ สื่อสาร และดูแลการกำกับกิจการให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี 2566 บริษัทมีการทบทวนนโยบายสำคัญหลายด้าน ได้แก่ นโยบายกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน นโยบายด้านภาษี นโยบายการเปิดเผยข้อมูล นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายการบริหารจัดการน้ำระดับองค์กร นโยบายพลังงาน นโยบายคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน นโยบายการทำรายการระหว่างกัน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน คู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน และระเบียบร้องเรียน ให้เป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง และเป็นแนวทางการปฏิบัติงานตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน
บริษัทประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหาร และพนักงานเป็นประจำทุกปีโดยประเมินประสิทธิภาพตาม : ความเป็นผู้นำ การกำหนดกลยุทธ์ การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับภายนอก การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร การสืบทอดตำแหน่ง ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ และคุณลักษณะส่วนตัว
ประสิทธิภาพในระยะสั้นครอบคลุมตัวบ่งชี้ต่อไปนี้ :
ผลการดำเนินงานมุ่งเป้าไปที่การสร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการบริหารจัดการและความเป็นผู้นำในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท
ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงผลตอบแทนสำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีกระบวนการกำหนดค่าตอบแทนที่โปร่งใสและสมเหตุสมผล ประกอบด้วยเงินเดือน และโบนัส
บริษัทกำหนดเกณฑ์การประเมินผลที่นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาค่าจ้างและโบนัส โดยเน้นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมวัฒนธรรมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การต่อต้านการทุจริต และการสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร การประเมินครอบคลุมทั้งความคิดเห็นจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และการประเมินตนเอง เพื่อให้ผลลัพธ์สะท้อนถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของพนักงานอย่างรอบด้าน โดยคะแนนจากเกณฑ์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้คำนวณค่าตอบแทนและโบนัสอย่างเหมาะสมและยุติธรรม
ทีวีโอมีการกำกับดูแลผ่านคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง ซึ่งรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) โดยมีการจัดการผ่านคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Working Group) และมีหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งเป็นเจ้าของความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ หน้าที่บริหารจัดการ และประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และนำสู่การปฏิบัติการลดความเสี่ยงดังกล่าวโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ถือเป็นภัยคุกคามหนึ่งที่มีโอกาสให้เกิดผลกระทบหรือมีความเสี่ยงต่อข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีโอกาสที่จะสร้างผลเสียหายต่อลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และคู่ค้าธุรกิจได้
ทีวีโอมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานโดยให้มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายไอทีที่สำคัญ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562 เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
เพื่อสร้างความมั่นใจในความสามารถป้องกันภัยคุกคามทาง Cybersecurity ที่อาจจะเกิดกับบริษัทได้อีกในอนาคต บริษัทจึงได้กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงดังนี้
นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2569
ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยอยู่ระหว่างการวางรากฐานเพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาใช้และการพัฒนา AI ของบริษัทเพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานทางธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศทางที่ผู้บริหารสูงสุดกำหนด บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ และได้กำหนดหลักการและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน การกำกับดูแล และการพัฒนา AI โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความปลอดภัย ความเป็นธรรม และการมีมนุษย์กำกับดูแลการใช้ AI อย่างเหมาะสม ทีวีโอ ได้ดำเนินการมาตรการและการควบคุมหลายประการ รวมถึง:
ทีวีโอสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และโปร่งใส จึงได้มีการประกาศใช้ “นโยบายและคู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน” และ “จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ” เพื่อเป็นการกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ ทำให้มั่นใจว่าทีวีโอ มีมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และทำให้การตัดสินใจในการดำเนินการทางธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงได้รับการพิจารณาและปฏิบัติอย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ทีวีโอ ยังได้กำหนด “แนวปฏิบัติในการให้/รับ ของขวัญ ของชำร่วย และการรับรอง” เพื่อให้มั่นใจว่าการให้/การรับ ของขวัญ ของชำร่วย และการรับรอง เป็นไปอย่างโปร่งใส โดยไม่ได้คาดหวังผลประโยชน์หรือสิ่งอื่นใดเป็นการตอบแทน ที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้งขอความร่วมมือคู่ค้าธุรกิจปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน และนโยบายงดรับของขวัญ โดยได้ออก “จดหมายขอความร่วมมือ และของดรับของขวัญ” และ “จดหมายเชิญชวนคู่ค้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)” เพื่อให้พนักงานสื่อสารแก่คู่ค้าธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับทราบถึงแนวปฏิบัติในการงดรับของขวัญที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจและนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันของบริษัท และได้จัดทำ “แบบรายงานการรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด” เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญกับนโยบายงดรับของขวัญ การต่อต้านคอร์รัปชัน และแสดงความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน
| การสื่อสารและให้ความรู้กับพนักงาน |
|
| การสื่อสารกับคู่ค้าหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ |
|
| การรับข้อร้องเรียน | เมื่อพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม การกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจ ระเบียบบริษัท นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ทีวีโอ มีช่องทางในการการแจ้งเบาะแสและรับข้อร้องเรียน (Whistle Blower) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ และแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายได้โดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ สำนักตรวจสอบภายใน ผ่านทางจดหมาย อีเมล หรือเว็บไซต์ของบริษัท https://www.tvothai.com/th/corporate-governance |
ในปี 2566 ทีวีโอได้รับเชิญจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ให้เข้าร่วมโครงการ โครงการ CAC Change Agent เพื่อร่วมขยายเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้า ร่วมพัฒนาศักยภาพคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่าแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงานอย่างโปร่งใส ตามหลักบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมีคู่ค้าธุรกิจแสดงความต้องการเข้าร่วมประกาศเจตนารมย์เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านการคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
ในปี 2567 ทีวีโอได้รับการแต่งตั้งเป็น CAC Change Agent โดยทีวีโอได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและขับเคลื่อนแนวปฏิบัติที่โปร่งใสและมีจริยธรรมในองค์กร ทั้งในด้านการกำหนดนโยบาย การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส และการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ รวมถึงการสนับสนุนให้บริษัทในเครือข่ายธุรกิจยกระดับมาตรฐานการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจังให้การสนับสนุนและชักชวนให้บริษัทคู่ค้ามาประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วม CAC ในโครงการรับรอง SME 2567 จำนวน 6 บริษัท ทำให้เราได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนต่อไป และได้รับตราสัญลักษณ์ CAC Change Agent จาก CAC
จำนวนข้อร้องเรียนการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ (หากมี) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าผิดจริง เป็น 0 กรณี
| ขอบเขตการรายงาน | จำนวนข้อร้องเรียนจากการละเมิดในปีบัญชี 2568 |
|---|---|
| การคอร์รัปชัน หรือ การติดสินบน | 0 |
| การล่วงละเมิด หรือ การเลือกปฏิบัติ | 0 |
| ข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า | 0 |
| ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ | 0 |
| การฟอกเงิน หรือการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน | 0 |
ในปี 2568 ทีวีโอได้ยกระดับแนวทางการประเมินสาระสำคัญ (Materiality Assessment) โดยปรับจากแนวทางเดิมไปสู่แนวทาง Double Materiality ซึ่งพิจารณาทั้งสองมิติ ได้แก่
Financial Materiality (Outside-In): ผลกระทบจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ต่อผลประกอบการ ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัท
Impact Materiality (Inside-Out): ผลกระทบที่ธุรกิจของบริษัทมีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
แนวทางใหม่นี้ช่วยให้ บริษัทสามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของประเด็น ESG ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น สอดคล้องของ Global Reporting Initiative (GRI) รวมถึงข้อกำหนดของนักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความยั่งยืน
ทีวีโอดำเนินการ ประเมินสาระสำคัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของบริษัท และประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ดังนี้
นำเสนอผลการประเมินต่อผู้มีส่วนเสียภายในและภายนอก และนำความเห็นที่ได้มาใช้ในการวางแผน และปรับปรุงงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
จากการประเมิน Double Materiality ในปี 2568 ไม่พบประเด็นที่แยกได้ชัดเจนว่าเป็น impact materiality เพียงอย่างเดียว
| Materiality Issues | Business Impact | Business Case | Business strategies | Target/Metric | Progress |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย | ความเสี่ยง | การจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่มีประสิทธิภาพช่วยลดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในสถานที่ทำงาน ในทางตรงกันข้าม การจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน การหยุดชะงักของธุรกิจ ค่าปรับทางกฎหมาย และผลกระทบด้านชื่อเสียง รวมถึงการสูญเสียรายได้กว่า 36 ล้านบาทจากการหยุดดำเนินงานเนื่องจากอุบัติเหตุร้ายแรง |
|
|
|
| 2.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ต้นทุน | การบริหารพลังงานที่มีประสิทธิภาพช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ปัจจุบัน บริษัทได้ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลกว่า 85% โดยใช้พลังงานชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 162,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี รวมถึงลดต้นทุนไฟฟ้ากว่า 7.2 ล้านบาท |
|
ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลง 2% เทียบกับปี 2567 เหลือ 1.5 กิกะจูล/ตันถั่วเหลืองภายในปี 2568 | การใช้พลังงานในกระบวนการผลิตอยู่ที่ 1.51 กิกะจูล/ตันถั่วเหลือง |
| 3. การดึงดูดและพัฒนาพนักงาน | รายได้ | การดึงดูดและพัฒนาบุคลากรช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ในทางกลับกัน การขาดการพัฒนาและดึงดูดบุคลากรอาจนำไปสู่ปัญหาการรักษาพนักงาน การผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ และต้นทุนที่สูงขึ้นจากการสรรหาและฝึกอบรมใหม่ |
|
|
|
| ผลกระทบ | ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ | ความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอก | ผู้มีส่วนได้เสียภายนอก | ตัวชี้วัด (Metric) |
|---|---|---|---|---|
| การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ นอกจากนี้ การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพและการใช้พลังงานหมุนเวียนยังช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | การดำเนินงาน |
[เชิงบวก] การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นแนวทางสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG)
|
|
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Output Metric)
|
| การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ นอกจากนี้ การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพและการใช้พลังงานหมุนเวียนยังช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | การดำเนินงาน |
[เชิงบวก] การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นแนวทางสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG)
|
|
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Output Metric)
|
ทีวีโอตระหนักถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งมีผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กร จึงได้นำกรอบแนวทางระบบการควบคุมภายในตามมาตรฐานสากลของคณะกรรมการ COSO (The Committee of Sponsoring Organization of the Treadway Commission) ที่ได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้ใช้ควบคู่กับกรอบแนวการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ERM (Enterprise Risk Management) หรือที่เรียกว่า COSO-ERM Framework นำมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงทั้งในด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน ความสอดคล้องกับกฎระเบียบปฏิบัติ ครอบคลุมความเสี่ยงจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล ความเสี่ยงใหม่ (Emerging Risks) รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้องค์กรมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และช่วยให้การดำเนินกลยุทธ์ขององค์กรเกิดประสิทธิผล
| ระดับคณะกรรมการ |
คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง (Audit and Risk Management Committee) ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร และระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) ที่เสนอโดยคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ รวมถึงให้คำแนะนำ เสนอแนะวิธีป้องกัน และวิธีลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ให้แก่คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงและฝ่ายจัดการ พิจารณาเกณฑ์และขอบเขตของความเสี่ยง การกำกับดูแลและสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทในระดับองค์กรที่สอดคล้องกับทิศทางในธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุน ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งมอบหมายงานอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ให้แก่คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงและฝ่ายจัดการ และติดตามอย่างสม่ำเสมอ รายงานผลการกำกับดูแล และการปฏิบัติตามนโยบายบริหารความเสี่ยง ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นประจำ ในกรณีที่มีเรื่องสำคัญซึ่งกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ต้องรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด |
| ระดับจัดการ |
คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงมอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ จากคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง นำไปสู่การปฏิบัติในระดับการจัดการ กำหนดกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กำหนดกระบวนการและมาตรการในการบริหารความเสี่ยง ติดตาม ทบทวนและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ในการนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแต่งตั้ง “คณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง” โดยมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน ทำหน้าที่จัดทำแผนจัดการความเสี่ยง (Risk Management Plan) ร่วมกับเจ้าของความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ |
| ระดับปฏิบัติการ |
เจ้าของความเสี่ยงระดับปฏิบัติการหรือผู้ประสานงานความเสี่ยง เช่น ผู้รับผิดชอบสายงานการผลิต ผู้รับผิดชอบด้านการตลาดแต่ละสายผลิตภัณฑ์ ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำแผนจัดการความเสี่ยงโดยวิเคราะห์ ประเมิน กำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator : KRI) รวมถึงกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง (Mitigation Plan) ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และความเสี่ยงที่ทนรับได้ขององค์กร (Risk Tolerance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานให้กับกรรมการผู้จัดการ (MD) ซึ่งเป็นประธานของคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อรายงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อรับทราบและเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าผลการจัดการความเสี่ยงของเจ้าของความเสี่ยงเป็นไปตามแผนฯ อย่างมีประสิทธิผล |
ทีวีโอมีการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามกรอบ COSO ERM : 2017 ประกอบด้วยการระบุความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร โดยเชื่อมโยงกับการจัดการกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้พิจารณาความเสี่ยงอย่างครบถ้วน การควบคุมภายในมีบทบาทสำคัญในการสร้างกลไกเพื่อลดโอกาสเกิดความเสี่ยง และเสริมสร้างความมั่นใจในกระบวนการดำเนินงาน ขณะที่ BCM (Business Continuity Management) สนับสนุนความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจให้ต่อเนื่อง สุดท้าย การตรวจสอบภายในทำหน้าที่ประเมินความเหมาะสมและประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้แน่ใจว่าความเสี่ยงได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามเป้าหมาย
ทีวีโอใช้กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการความเสี่ยงสามารถช่วยในการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการ กำหนดวัตถุประสงค์ ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัท จากนั้นทำการ ระบุความเสี่ยง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น หลังจากนั้นในขั้นตอน ประเมินความเสี่ยง ความเสี่ยงที่ระบุจะได้รับการประเมินและจัดลำดับความสำคัญผ่าน Risk Matrix เพื่อประเมินความน่าจะเป็นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เมื่อประเมินความเสี่ยงแล้ว บริษัทจะดำเนินการ ตอบสนองความเสี่ยง โดยการเลือกวิธีการที่เหมาะสม เช่น การลด การโอน หรือการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง การ กิจกรรมการควบคุม จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างกลไกในการควบคุมและลดความเสี่ยงในกระบวนการทำงาน และสุดท้าย การติดตามผล จะช่วยในการประเมินและตรวจสอบประสิทธิภาพของการควบคุมและการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่กำหนด
หลักเกณฑ์การประเมินระดับความรุนแรงของความเสี่ยงที่ทีวีโอ ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัด คือ Matrix ขนาด 5x5 ระดับความรุนแรงของความเสี่ยงมี 4 ระดับ โดยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสามารถประเมินระดับโอกาสที่อาจเกิดขึ้น (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) ของความเสี่ยง โดยการให้คะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 5 ดังแสดงในรูปด้านล่าง ดังนี้
| ระดับ | ความหมาย |
|---|---|
|
สูงมาก E (Extreme) |
อยู่ในระดับที่องค์กร ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการจัดการทันที สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับสูงมาก เนื่องจากอาจยังไม่มีมาตรการจัดการความเสี่ยง และ/หรือ มาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิผลเพียงพอที่จะให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการจัดทำมาตรการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมทันทีผ่านการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร (Corporate risk management) |
|
สูง H (High) |
อยู่ในระดับที่องค์กร ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการจัดการอย่างเร่งด่วน สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับสูง เนื่องจากอาจยังไม่มีมาตรการจัดการความเสี่ยง และ/หรือ มาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิผลเพียงพอที่จะให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการจัดทำมาตรการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนผ่านการบริหารในระดับจัดการ (Functional risk management) |
|
ปานกลาง M (Medium) |
ความเสี่ยงที่อยู่ใน ระดับที่ยอมรับได้ แต่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับปานกลาง การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด |
|
ต่ำ L (Low) |
ความเสี่ยงที่อยู่ใน ระดับที่ยอมรับได้ แต่ต้องมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง สถานะ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กรใน ระดับต่ำ การจัดการ องค์กรต้องกำหนดให้มีการทบทวนความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง |
ตัวอย่างการกำหนดระดับความเสี่ยง
(ในปีความเสี่ยง 2569)
การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM)
| ผลกระทบ | Inherent Risk Level | มาตรการจัดการ |
|---|---|---|
|
สูง |
|
คำอธิบาย: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดรูปแบบความเสี่ยงใหม่ที่องค์กรอาจยังไม่มีประสบการณ์หรือแนวทางในการบริหารจัดการอย่างครบถ้วน ทั้งด้านความน่าเชื่อถือของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลต่อกระบวนการดำเนินธุรกิจ การตัดสินใจ และความสามารถในการปรับตัวขององค์กร
| ผลกระทบ | Inherent Risk Level | มาตรการจัดการ |
|---|---|---|
|
สูง |
|
คำอธิบาย: การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดสงครามการค้าที่อาจยืดเยื้อนาน 5–10 ปี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทโดยตรงและโดยอ้อม ดังนี้
| ผลกระทบ | Inherent Risk Level | มาตรการจัดการ |
|---|---|---|
|
สูง |
|
นอกจากนี้ ทีวีโอ เผยแพร่รายละเอียดของปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และแนวทางบริหารจัดการที่แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 ส่วนที่ 1 หัวข้อ 2 การบริหารจัดการความเสี่ยง หน้า 39-53
TVO ให้ความสำคัญกับการสร้าง วัฒนธรรมด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Culture) ให้เกิดขึ้นในทุกระดับขององค์กร โดยส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักด้านความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ผ่าน การให้ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงแก่กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ การจัด อบรมด้านหลักการบริหารความเสี่ยงให้แก่บุคลากรทั่วทั้งองค์กร รวมถึง การนำเกณฑ์ด้านความเสี่ยงมาประกอบการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ
ในระดับคณะกรรมการบริษัท กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทุกคนได้รับความรู้และข้อมูลด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ หลักการบริหารความเสี่ยง และบทบาทในการกำกับดูแลความเสี่ยงขององค์กร
ในระดับองค์กร TVO พัฒนาความรู้และความตระหนักด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งหน่วยงานสำนักงานและโรงงาน ในปี 2569 บริษัทได้จัดการอบรมและ Workshop ด้านการบริหารความเสี่ยงตามกรอบ COSO ERM โดยวิทยากรจากสภาวิชาชีพบัญชีฯ โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วทั้งองค์กร รวมถึงคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงเข้าร่วม
เนื้อหาการอบรมครอบคลุมหลักการสำคัญด้านการบริหารความเสี่ยง ได้แก่ ความเชื่อมโยงระหว่าง Risk, Strategy and Performance, การกำหนด Risk Appetite และ Risk Tolerance ตลอดจนกระบวนการระบุ ประเมิน และกำหนดแนวทางตอบสนองต่อความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ พร้อม Workshop เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำหลักการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับงานในความรับผิดชอบและการตัดสินใจในการปฏิบัติงานจริง
นอกจากนี้ TVO ยังนำ เกณฑ์ด้านความเสี่ยง (Risk Criteria) มาใช้ประกอบการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ โดยพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพัฒนาและตัดสินใจ เช่น คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนความต้องการของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งให้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้รับการระบุและจัดการอย่างเหมาะสมก่อนนำไปดำเนินการ
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ TVO สามารถปลูกฝัง แนวคิดการตัดสินใจโดยคำนึงถึงความเสี่ยง (Risk-based Thinking) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลและกระบวนการดำเนินธุรกิจ พร้อมเสริมสร้างความตระหนักด้านความเสี่ยงตั้งแต่ระดับคณะกรรมการ ผู้บริหาร จนถึงพนักงานทั่วทั้งองค์กร
ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความยั่งยืน โดยมีการบริหารความเสี่ยงที่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจส่งผลต่อธุรกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ทีวีโอ มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์กับ “คู่ค้าธุรกิจ” และพัฒนากระบวนการทำงาน เพื่อสร้างคุณค่ากับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และเป็นห่วงโซ่สำคัญของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ บริษัทเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะต้องคำนึงถึงประเด็นด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) โดยการบริหารจัดการโอกาสและความเสี่ยงที่ครบทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผลลัพธ์จะนำไปสู่การสร้างมูลค่าระยะยาวร่วมกับคู่ค้า และยกระดับความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ทีวีโอ ตั้งเป้าหมายร้อยละ 100 ของคู่ค้าหลักรับทราบและลงนามตอบรับในจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ ครบถ้วนภายในปี 2567
ทีวีโอประกาศใช้ “นโยบายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)” และ ตั้งเป้าหมายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 50 ของยอดจัดซื้อในคู่ค้าธุรกิจกลุ่มสารเคมีและบรรจุภัณฑ์ภายในปี 2571 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการส่งเสริมคู่ค้าสู่การเป็นพันธมิตรสีเขียว
ทีวีโอกำหนดแนวปฏิบัติในการคัดเลือกคู่ค้าธุรกิจ และจัดให้มีการประเมินคู่ค้าธุรกิจเพื่อเป็นมาตรฐานการดำเนินงานที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และสอดคล้องกับหลักการดำเนินงานด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG)
ถั่วเหลืองถือเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญของบริษัท ทีวีโอ มีการจัดซื้อเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพดีจากเกษตรกรในประเทศ ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง โดยมีแหล่งเพาะปลูกหลักอยู่ที่จังหวััดสุุโขทััย กำแพงเพชร อุุตรดิิตถ์์ เพชรบููรณ์์ เชีียงใหม่่ และขอนแก่น เป็นต้้น อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2557 การปลูกถั่วเหลืองในประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตของเกษตรกรที่ปลูกโดยทั่วไปยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก ราว 250 – 270 กิโลกรัมต่อไร่ ส่งผลทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกสูง เกษตรกรมีกำไรน้อย หรือไม่มีกำไรจากการปลูก จึงทยอยเลิกปลูกถั่วเหลืองและหันไปปลูกพืชอื่นทดแทน
ทีวีโอเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนการปลูกถั่วเหลืองแหล่งเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศ จึงได้ริเริ่มโครงการทดลองปลูกถั่วเหลืองแผนใหม่ในสายพันธุ์ต่าง ๆ โดยได้เริ่มจัดทำแปลงทดลองบนพื้นที่ 24 ไร่ ในอำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปลายปี 2565 และได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปในช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ผลผลิตที่ได้จากแปลงทดลอง พบว่าวิธีการปรับธาตุอาหารบำรุงดิน และเปลี่ยนวิธีการปลูกแบบเว้นระยะเพื่อให้น้ำแก่ต้นถั่วเหลืองอย่างเพียงพอ ทำให้ค่่าเฉลี่่ยผลผลิิตถั่วเหลืืองของเกษตรกรส่วนใหญ่่มากกว่า 400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่่งสููงกว่าค่่าเฉลี่่ยปกติของผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศไทย
ในปี 2566 ทีวีโอ ยังคงดำเนินโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง โดยได้ขยายขอบเขตไปยังอำเภอสันทรายและอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และมีเกษตรกรที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ 21 ราย รวมพื้นที่ทดลองเพาะปลูกทั้งสิ้น 104 ไร่ เพื่อมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศ เพิ่มแรงจูงใจในการปลูกถั่วเหลืองให้แก่เกษตรกร ให้มีต้นทุนการเพาะปลูกลดลง ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพในระยะยาวต่อไป
ด้านการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองจากต่างประเทศที่เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของโลก ได้แก่ บราซิล สหรัฐอเมริกา และอาร์เจนตินา ในปีที่ที่ผ่านมาทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศที่แปรปรวน หรือภัยธรรมชาติ ส่งผลให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามคาดการณ์ รวมถึงการขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งวัตถุดิบ บริษัทมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตลอดทั้งกระบวนการผลิตและการขนส่ง โดยมีการวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบและการประเมินความเสี่ยงในทุกด้าน เพื่อให้วัตถุดิบหลักถูกส่งมอบและนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2566 สถานการณ์การเดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทีวีโอจึงได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งเพาะปลูกเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศต้นทางผู้ผลิต เพื่อประเมินความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของวัตถุดิบแต่ละแหล่ง และเพื่อคาดการณ์ปัจจัยแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว คุณภาพ และราคา รวมถึงศึกษาข้อมูลจากบทวิเคราะห์และงานวิจัยต่างๆ และนำมาวางแผนในการจัดหาวัตถุดิบ รวมถึงเริ่มนำกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของคู่ค้า เข้ามาใช้ในกระบวนการคัดสรรคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบที่ได้มาเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี ไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกทำลายป่า ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ผิดหลักสิทธิมนุษยชน เป็นต้น โดยทีวีโอเข้าร่วมเป็นสมาชิก Sedex เกี่ยวกับการตรวจสอบหลักจริยธรรมค้าขาย และเป็นสมาชิก Round Table on Responsible Soy Association (RTRS)+


การดำเนินงานในมิติสิ่งแวดล้อม ทีวีโอตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดจากการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกสถานประกอบการ จึงได้กำหนด “นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม” เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท https://www.tvothai.com/th/corporate-governance เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งมุ่งหวังให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีส่วนช่วยปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม อยู่ภายใต้ “คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม” หรือ “คณะ ES” จัดตั้งขึ้นจากตัวแทนในแผนกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการทำงานในทุกด้าน ทั้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ และของเสียจากกระบวนการผลิต เพื่อนำไปตั้งเป้าหมายการลดการใช้ทรัพยากรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิต สามารถแก้ไขปัญหาและข้อร้องเรียนจากผลกระทบต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที และรายงานการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ ESG รับทราบ
TVO ติดตามผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ และรายงานต่อฝ่ายบริหารเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดTVO ดำเนินการตรวจประเมินด้านสิ่งแวดล้อมภายในเป็นประจำ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมของบริษัท เพื่อทวนสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัท และระบุโอกาสในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การตรวจประเมินภายในดังกล่าวครอบคลุม 100% ของสถานประกอบการที่เป็นโรงงานผลิตของกลุ่มบริษัท ได้แก่ TVO1 และ TVO3นอกจากนี้ TVO1 มีการดำเนินงานตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 14001 ที่เป็นมาตรฐานสากล โดยหน่วยงานรับรองอิสระจากภายนอก ทั้งนี้ TVO1 คิดเป็น 50% ของสถานประกอบการที่เป็นโรงงานผลิตทั้งหมดของกลุ่มบริษัท
ทีวีโอ ตั้งเป้าหมายระยะยาวมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2588 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2603 รวมถึงตั้งเป้าหมายระหว่างทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงอย่างน้อย 20% ภายในปี 2578 เทียบกับปีฐาน 2564 เป็นความมุ่งมั่นร่วมกับเป้าหมายของประเทศไทยและนานาชาติ เพื่อช่วยลดผลกระทบของความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นกับ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|
| ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลง 2% จากปี 2568เหลือ 1.5 กิกะจูลต่อตันถั่วเหลืองภายในปี 2569 | การใช้พลังงานในกระบวนการผลิต: 1.51 กิกะจูลต่อตันถั่วเหลือง |
| เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 85% ภายในปี 2569 | สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน = 84.48%* |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% จากปีฐาน 2564 ภายในปี 2578 | ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขต 1+2 : 48,614 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ลดลง 4.75% |
| ได้รับการรับรองฉลากลดคาร์บอนจากผลิตภัณฑ์องุ่น 1 ลิตร ภายในปี 2569 | อยู่ระหว่างการขอรับรอง |
*สัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิลสูงขึ้นจากการซ่อมบำรุงหม้อไอน้ำที่ TVO3 ทำให้ต้องใช้น้ำมันเตาทดแทนการใช้แกลบ
TVO ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการพลังงาน การได้รับการรับรองนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และดำเนินงานอย่างยั่งยืน บริษัทได้ดำเนินการตรวจประเมินพลังงานเป็นประจำเพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการต่างๆ และนำผลการตรวจประเมินมาใช้ในการจัดทำ และดำเนินแผนอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ทำการฝึกอบรมให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมความรู้ และทักษะในการอนุรักษ์พลังงาน และนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม
ทีวีโอให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy Transition) ในฐานะกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานภายใต้ภาวะความผันผวนของตลาดพลังงาน
ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มุ่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ ผ่านการนำเชื้อเพลิงชีวมวลจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบและไม้สับ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตพลังงานไอน้ำสำหรับกระบวนการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน และการสร้างคุณค่าในระยะยาว
นอกจากนี้ ทีวีโอได้เริ่มดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ตั้งแต่ปี 2563 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 3.5 เมกะวัตต์ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดโครงการได้ประมาณ 6,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมีแผนขยายการติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของบริษัท จากความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด ปัจจุบันทีวีโอมีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนร้อยละ 84.5 ของการใช้พลังงานทั้งหมด โดยประกอบด้วยพลังงานชีวมวลร้อยละ 99.2 และพลังงานแสงอาทิตย์ร้อยละ 0.8 ซึ่งสะท้อนถึงการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
"น้ำ" เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการผลิต แต่ในขณะเดียวกัน ผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather Events) อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและการใช้น้ำในทุกภูมิภาค ทีวีโอจึงให้ความสำคัญกับ การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้น้ำในกระบวนการผลิต
| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงานปี 2568 |
|---|---|
| อัตราการใช้น้ำต่อตันการผลิต 0.91 ลูกบาศก์เมตรต่อตันเมล็ดถั่ว | 0.97 ลูกบาศก์เมตรต่อตันเมล็ดถั่ว* การใช้น้ำในกระบวนการผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากบริษัทปรับเพิ่มกระบวนการบำบัดน้ำเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำดิบและรักษามาตรฐานการผลิต |
| การปล่อยน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกเป็น 0 | ไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอก โดยสามารถนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตได้ทั้งหมด |
การลดการใช้น้ำ (Reduce) - ทำการสำรวจและพัฒนาแผนเพื่อลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ลดปริมาณน้ำที่เข้าสู่ระบบหม้อไอน้ำ โดยควบคุมปริมาณ Blowdown Water ไม่ให้เกิน 2% ของอัตราการปล่อยน้ำทั้งหมด
การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) - ปรับปรุงระบบการผลิตเพื่อนำน้ำผ่านกระบวนการใช้แล้วที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์กลับมาใช้ซ้ำในยูนิตอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการน้ำคุณภาพสูง อาทิ การนำน้ำ Blowdown ในหอหล่อเย็น (Cooling Tower) กลับมาใช้ช้ำที่บ่อสเปรย์ดักฝุ่น และการนำน้ำ Reject RO ไปใช้เป็นน้ำชดเชยที่บ่อ Cooling ของโรงสกัด
การนำน้ำผ่านกระบวนการเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) - ติดตั้งเครื่องจักรเพื่อรีไซเคิลน้ำเสีย ตัวอย่างเช่นนำน้ำ Reject จากระบบ RO และน้ำล้างเรซิน (Resin Washing Water) กลับเข้าสู่กระบวนการปรับสภาพน้ำใหม่ (New Water Softening Process
“ทีวีโอได้นำแนวทาง Zero Discharge หรือ การไม่ปลดปล่อยน้ำเสียสู่ภายนอก มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ในกระบวนการสำคัญ เช่น ระบบบำบัดก๊าซจากหม้อไอน้ำ (Boiler Scrubber) และระบบทำความเย็น (Cooling Systems) ซึ่งช่วย ลดการใช้น้ำจากแหล่งภายนอก และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.”
แนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมของ TVO ทำให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญในการ ไม่ปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอก (Zero Wastewater Discharge) โดยนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการที่จำเป็น เช่น ระบบบำบัดมลพิษของหม้อไอน้ำ (Boiler Scrubber) และระบบหล่อเย็น (Cooling System) ส่งผลให้ไม่มีการระบายน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก พร้อมทั้งช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
| Unit | FY 2022 | FY 2023 | FY 2024 | FY 2025 | Target 2025 | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| A. Water withdrawal and Water withdrawal from areas with water stress | Million cubic meters | 0.895 | 1.263 | 1.518 | 1.442 | 1.327 |
| B. Water discharge and Total fresh water discharge to stress area | Million cubic meters | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Total net fresh water consumption (A-B) | Million cubic meters | 0.895 | 1.263 | 1.518 | 1.442 | - |
| Water intensity | Cubic meters / ton soy bean | 0.93 | 1.11 | 0.99 | 0.91 |
* ปริมาณน้ำที่ TVO นำมาใช้ทั้งหมด มาจากพื้นที่ที่มีภาวะตึงเครียดด้านน้ำ (Water Stress)
** ตัวเลขมีความแตกต่างกับตารางด้านบนเนื่องจาก เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่แสดงด้านบนครอบคลุมเฉพาะการใช้น้ำในกระบวนการผลิต ขณะที่ข้อมูลในตารางนี้เป็น ปริมาณการนำน้ำมาใช้ทั้งหมด (Water Withdrawal) ซึ่งรวมถึงการใช้น้ำในอาคารสำนักงานด้วย
บริษัทประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านน้ำใน ห่วงโซ่อุปทานถั่วเหลือง อย่างเป็นระบบ เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบทางการเกษตรหลักที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยใช้ WRI Aqueduct Water Risk Atlas (2026) เป็นเครื่องมือในการประเมิน
การประเมินครอบคลุม วัตถุดิบนำเข้า 100% ของปริมาณทั้งหมด โดยพิจารณาระดับความเสี่ยงด้านน้ำของพื้นที่ต้นทางที่บริษัทจัดซื้อวัตถุดิบ
ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต การบรรจุ การสนับสนุนการผลิตที่สำนักงาน รวมถึงของเสียที่เกิดจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการจัดการอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
| เป้าหมาย | ผลการดำเนินการปี 2568 |
|---|---|
| ของเสียอันตรายจากกระบวนการผลิตนำไปฝังกลบเป็นศูนย์ | ไม่เกิดการฝังกลบของเสียอันตรายจากกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง (ตั้งแต่ปี 2563)* |
| ปริมาณขยะและของเสียที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อของเสียทั้งหมดไม่น้อยกว่า 95%** | 100% |
| ศึกษาการนำของเสียจากกระบวนการผลิตของบริษัทไปเป็นวัตถุดิบใหม่ในอุตสาหกรรมอื่น | อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) สำหรับการนำของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างน้อย 1 ประเภทไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่น |
* ของเสียอันตราย ไม่รวมขยะชุมชน
**ของเสียที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์เป็นไปตามนิยามของ GRI 306-4, 306-5
ทีวีโอ บรรลุเป้าหมายการไม่นำของเสียไปฝังกลบตั้งแต่ปี 2563 และในปีนี้ บริษัทบรรลุเป้าหมายการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ได้ 100% อาทิ การนำขี้เถ้าแกลบไปทำปุ๋ย การนำดินฟอกสี (bleaching clay) ที่มีค่าความร้อนสูงไปใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงผสม เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนในเตาเผาอุตสาหกรรมซีเมนต์ รวมถึงการนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วไปประโยชน์ภายในโรงงานโดยไม่มีการปล่อยออกนอกรั้วโรงงานอีกด้วย
ของเสียกว่าร้อยละ 90 ของทีวีโอ คือขี้เถ้าแกลบจากการผลิตไอน้ำในกระบวนการผลิต ซึ่งในปี 2567 โครงการ New TVO1 ได้มีการติดตั้งหม้อไอน้ำใหม่ ซึ่งมีความสามารถสับเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายชนิด ซึ่งจะทำให้สามารถลดขี้เถ้าแกลบจากการผลิตไอน้ำลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น ทีวีโอ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการนำขี้เถ้าแกลบไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงโครงการศึกษาการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากขี้เถ้าแกลบเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับพนักงานที่จะเกษียณอายุอีกด้วย
| 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | ||
|---|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบ | ตัน | 1,547,900 | 1,352,883 | 1,363,241 | 1,458,201 |
| ปริมาณของเสีย | ตัน | 57,541 | 45,889 | 52,767 | 56,005 |
| ของเสียอันตราย | ตัน | 31 | 17 | 25 | 29 |
| ของเสียไม่อันตราย | ตัน | 57,510 | 45,872 | 52,742 | 55,976 |
| ปริมาณของเสียต่อตันการผลิต | ตัน/ตัน | 0.0372 | 0.0339 | 0.0387 | 0.0384 |
ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการจัดการของเสียอย่างเคร่งครัด โดยอ้างอิงกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน ISO 14001 ซึ่งโรงงาน ทีวีโอ 1 ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 50% ของจำนวนโรงงานทั้งหมด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ในปี 2566
ในปี 2567 บริษัททำการขยายผลการดำเนินงานจาก TVO1 ไปยัง TVO3 โดยจัดให้มี Internal เพื่อให้มั่นใจว่าแนวปฏิบัติด้านการจัดการของเสียถูกนำไปใช้ในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
การทำ Internal Audit ในแต่ละครั้ง จะประกอบด้วยผู้ตรวจประเมินภายในจากหลายโดยมุ่งตรวจสอบ และพัฒนาในประเด็นสำคัญด้านการจัดการของเสียที่สำคัญ ได้แก่:
ซึ่งกระบวนการตรวจสอบ ทั้งภายใน และภายนอกเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรับรองความสอดคล้องกับข้อกำหนดและการค้นหาโอกาส ในการปรับปรุงกระบวนการจัดการของเสียของบริษัทให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทีวีโอ มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสียอาหาร และขยะอาหารในทุกกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุทาน ด้วยการออกแบบกระบวนการสกัดน้ำมันถั่วเหลืองที่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด คือ น้ำมันถั่วเหลืองและวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์ นอกจากนี้ ผลพลอยได้อื่นๆ เช่น เลซิทิน ผิวถั่วเหลือง และน้ำมันถั่วเหลืองดิบ ยังถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและกล่าวได้ว่า ทีวีโอ ไม่มีการสูญเสียอาหารเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต
เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนความตระหนักรู้ในหมู่พนักงานเกี่ยวกับการจัดการของเสียในชีวิตประจำวัน ในปี 2567 ทีวีโอจึงได้ดำเนินโครงการ “How to ทิ้ง แยกขยะก่อนทิ้ง ดีต่อเรา ดีต่อโลก” เพื่อสร้างวัฒนธรรมในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเหมาะสม ผลจากการดำเนินโครงการในปี 2567 ทีวีโอร่วมกับโครงการไม่เทรวมของกรุงเทพมหานครนำเศษอาหารจากสำนักงานไปเป็นอาหารสัตว์ ช่วยลดการนำขยะอาหารไปฝังกลบได้ถึง 504 กิโลกรัม
ความพยายามเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของ TVO ในการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหา Food Loss และ Food Waste พร้อมทั้งส่งเสริมการนำไปใช้ในทางเลือกอื่น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDG
“บริษัทได้กำหนดเป้าหมายระดับองค์กรในการลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) จากกระบวนการผลิตให้เป็นศูนย์ภายในปี 2568 โดยในปี 2568 บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้สำเร็จ โดยไม่มีการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิต”
ทีวีโอ ให้ความสำคัญกับการจัดการผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิต ตลอดจนข้อร้องเรียนที่ได้รับการแจ้งเข้ามายังบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมจัดตั้ง “ทีมงานแผนกชุมชนสัมพันธ์” ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับชุมชนรอบข้างอย่างใกล้ชิด เข้าพบปะเยี่ยมเยือนชุมชนในแต่ละครัวเรือน เพื่อรับฟังและดำเนินการเยียวยาข้อร้องเรียนต่างๆ ในเบื้องต้นก่อนประสานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละด้าน เพื่อลดผลกระทบจากกระบวนการผลิตให้ได้มากที่สุด รวมทั้งสื่อสารกลับไปยังชุมชนเพื่อรับทราบถึงผลการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่างๆ ของทีวีโอต่อไป
ในปี 2566 ไม่พบว่ามีข้อร้องเรียนจากชุมชนเรื่องผลกระทบจากกระบวนการผลิตที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือการร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ อย่างไรก็ตาม ทีมงานแผนกชุมชนสัมพันธ์ยังคงติดต่อสื่อสารและลงพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบติดตามผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าการปรับปรุงการดำเนินงานให้กับทางชุมชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
| Standard | Data | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| GRI 307-1 | จำนวนกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม (กรณีที่ต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมาก (>10,000 USD) จากกรณีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม) |
0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| SET ESG Rating | จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
TVO ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเกษตรกรรม ซึ่งป็นปัจจัยต้นทางและพื้นฐานของธุรกิจ จึงประกาศนโยบายและให้คำมั่นในการส่งเสริมการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของธุรกิจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การบริหารของทีวีโอ และคู่ค้าด้านการเกษตรกรรม ดังนี้
บริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหมายรวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ ลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของคู่ค้าธุรกิจ(ที่มา : เอกสารจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ 2567)
| วัตถุดิบ | มาตรฐานที่รับรอง | The Coverage of products Certified 2025 | Exposure of Product Certified 2025 | |
|---|---|---|---|---|
| ถั่วเหลือง | Round Table on Responsible Soy Association | 4.85% | 4.85% | |
| Non-Amazon Biome/ Declaration | 95.15% | 95.15% | ||
| ปลาซาร์ดีน | GMP Certificate issued by the Department of Fisheries, Ministry of Agriculture and Cooperatives, Government of Thailand | 100% | 100% | |
ทีวีโอ ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญจากการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันพืชชั้นนำของประเทศไทย ทำให้มีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในปริมาณมาก ทำให้บริษัท ตระหนักถึงหน้าที่รับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ประกาศ “นโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน ในการนำโซลูชันนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้งาน คุณภาพ และความยั่งยืน
“ทีวีโอความมุ่งมั่นที่จะยกเลิกบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็น ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และลดปริมาณการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก และลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์.”
เป้าหมาย : “ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของน้ำมันองุ่น 1 ลิตร ลงอย่างน้อย 2% ภายในปี 2025 ด้วยการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก”
| ประเภทวัสดุ | ความครบถ้วนของข้อมูล | น้ำหนัก (ตัน) | % ของวัสดุรีไซเคิล | เป้าหมาย 2025 (% of total weight) |
|---|---|---|---|---|
| บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้/เส้นใยกระดาษ | 100% | 3,292 | 91% | 85% |
| บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ (เช่น เหล็ก อลูมิเนียม) | 100% | 864 | 0 | N/A |
| บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว | 100% | N/A | N/A | N/A |
| ชนิดของบรรจุภัณฑ์พลาสติก | หน่วย | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 |
|---|---|---|---|---|---|
| A. น้ำหนักรวมของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด | ตัน | N/A | 2,753.93 | 3,620 | 5,190 |
| B. เปอร์เซ็นต์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำไปรีไซเคิลได้ | เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักรวมทั้งหมดของบรรจุภัณฑ์พลาสติก | N/A | 99.7 | 99.7 | 99.7 |
| C. เปอร์เซ็นต์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ | N/A | 0 | 0 | 0 | |
| D. เปอร์เซ็นต์ของวัสดุรีไซเคิลที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก | N/A | 0 | 0 | 0 | |
| ความครบถ้วนของข้อมูล | % | N/A | 100% | 100% | 100% |
TVO ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และได้ทำการการระบุ ประเมิน และบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินงานของบริษัท
ทีวีโอ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพโดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของพื้นที่ (Location-specific Assessment) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ตามข้อกำหนดและแนวทางที่เกี่ยวข้องของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
การประเมินครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงานของ TVO และพื้นที่โดยรอบ โดยพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินงาน ครอบคลุมทรัพยากรทางชีวภาพ ได้แก่ นิเวศวิทยาบนบก (ป่าไม้และสัตว์ป่า) และนิเวศวิทยาทางน้ำ รวมถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เช่น คุณภาพน้ำผิวดิน การประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
TVO มีพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด 4 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่รวม 21.0652 เฮกตาร์ โดยพื้นที่ดำเนินงานจำนวน 3 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่รวม 20.6335 เฮกตาร์ ได้รับการประเมินผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การประเมินครอบคลุมทั้งระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางน้ำ โดยจากผลการประเมิน EIA พบว่า ผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญจากการดำเนินงานของท่าเทียบเรือส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางน้ำ เนื่องจากท่าเทียบเรือตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำนครชัยศรี
| ความเสี่ยงที่สำคัญ | มาตรการจัดการ |
|---|---|
| การรั่วไหลของน้ำมัน สารเคมี หรือสารอันตราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำ | ดำเนินมาตรการป้องกันมลพิษและแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำ |
| น้ำเสียและน้ำปนเปื้อนจากกิจกรรมการดำเนินงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ | รวบรวมและจัดการน้ำเสียและน้ำปนเปื้อนอย่างเหมาะสม พร้อมติดตามคุณภาพน้ำและนิเวศวิทยาทางน้ำ |
TVO ประยุกต์ใช้แนวทางลำดับขั้นการลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Mitigation Hierarchy) โดยมาตรการที่ดำเนินการในปัจจุบันมุ่งเน้นที่ Avoid และ Reduce
Avoid – การหลีกเลี่ยงผลกระทบ: ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผ่านการวางแผนโครงการ มาตรการป้องกันมลพิษ และการควบคุมการดำเนินงาน
Reduce – การลดผลกระทบ: ลดระดับและขอบเขตของผลกระทบผ่านการจัดการน้ำเสีย การควบคุมมลพิษ และการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ TVO ดำเนินการติดตามคุณภาพน้ำและนิเวศวิทยาทางน้ำบริเวณพื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมและประสิทธิผลของมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ
149 ถนนรัชดาภิเษก (ท่าพระ-ตากสิน) แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600
เลขที่ 81/7 หมู่ 1 ตำบลไทยาวาส อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 73120
+66 2 477 9020
info@tvothai.com
การเคารพสิทธิมนุษยชน
การเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทประกาศ “นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน” เป็นหลักปฏิบัติร่วมกันในการดำเนินธุรกิจ เพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม หรือการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งประกาศ “นโยบายการควบคุมการใช้แรงงานเด็ก และการเยียวยากรณีพบการจ้างแรงงานเด็ก” ที่ครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการว่าจ้างแรงงานเด็ก
ในปี 2566 บริษัทได้เริ่มนำ “กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน” (Human Rights Due Diligence : HRDD) มาปรับใช้ในองค์กร โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมตลอดทุกขั้นตอนในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานในทุกขั้นตอนจะไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการร่วมปรึกษาเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ทั้งต่อพนักงานและบริษัท รวมทั้งเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความคิดเห็นและความต้องการของพนักงาน ซึ่งทุกประเด็นจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ และปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
ไม่เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานต่อเนื่อง 4,865,864 ชั่วโมงการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงานในทุกระดับ จึงได้กำหนด นโยบายด้านคุณภาพ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน พร้อมทั้งกำกับดูแลและสื่อสารให้พนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมานำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยจัดตั้ง คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ซึ่งมีหน้าที่ติดตามและประเมินผล พร้อมทั้งเสนอแนวทางปรับปรุงและแก้ไข เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
การตรวจประเมินความสอดคล้อง
บริษัทได้จัดให้มีการตรวจประเมินความสอดคล้อง และประสิทธิภาพการจัดการตามมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001- Occupational Health & Safety Management System ) ทั้งการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และตรวจติดตามประจำปี (Surveillance Visit) โดยผู้ตรวจประเมินจากภายนอก โดยจะนำผลที่ได้จากการตรวจประเมินมาทำการแก้ไขป้องกัน เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
การสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติการณ์
เพื่อให้กระบวนการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติการณ์ ที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บจากการทำงาน การเจ็บป่วยและโรคจากการทำงาน รวมถึงภาวะฉุกเฉินต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การแก้ไขที่ต้นเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำ TVO ได้กำหนดให้กระบวนการสอบสวนมีความสอดคล้องกับมาตรการเก็บ รวบรวม และรายงานข้อมูลอุบัติการณ์ด้านอาชีวอนามัย (Safety Incident Information and Reporting Standard) และ มาตรฐานการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติการณ์ (Incident Investigation & Analysis) ดังนี้
บริษัทมุ่งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน จึงได้จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานและคู่ค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ จัดอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ทำงานแก่พนักงานใหม่และคู่ค้าธุรกิจทุกราย จัดซ้อมแผนการเตรียมพร้อมตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินจากเหตุฉุกเฉินจากสารเคมีและอัคคีภัย และจัดอบรมดับเพลิงขั้นต้น ฝึกซ้อมดับเพลิง และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟเป็นประจำในทุกปีทั้งในส่วนโรงงานและสำนักงานใหญ่
การดูแลพนักงาน และการพัฒนาบุคลากร
การดูแลพนักงาน
ทีวีโอมุ่งส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในโลกธุรกิจ โดยส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบการจัดอบรมภายใน และส่งเสริมการเข้าร่วมอบรมภายนอก รวมไปถึง การเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง เพื่อมุ่งเน้นให้พนักงานเกิดการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ในปี 2566 จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานอยู่ที่ 17 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม โดยยึดมั่นในการดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดแนวทางและมาตรการในการดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยครอบคลุมพนักงานทุกระดับทั่วทั้งองค์กร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคลากรอย่างยั่งยืน
1. การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ
บริษัทมุ่งมั่นที่จะจ่ายค่าตอบแทนที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ (Living Wage) โดยพิจารณาให้ไม่น้อยกว่าค่าครองชีพในพื้นที่ และสอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรม ทั้งนี้ บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด และยึดมั่นในการกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม เป็นธรรม และโปร่งใส โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติในทุกกรณี
ทีวีโอ ใช้หลักการคำนวณค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยใช้ข้อมูลจาก Asia Floor Wage Alliance เป็นข้อมูลอ้างอิงในการประเมินระดับค่าจ้างของพนักงาน เพื่อมั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าจ้างที่เพียงพอ
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีผลประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าเดินทาง เบี้ยพิเศษ และเบี้ยขยัน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้างแรงจูงใจ และรักษาขวัญกำลังใจของพนักงานให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข
2. การตรวจสอบและติดตามความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนระหว่างเพศ
บริษัทมีแนวปฏิบัติในการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกหรือกีดกันระหว่างเพศ โดยใช้วิธีการตรวจสอบและวิเคราะห์ช่องว่างของค่าตอบแทนระหว่างเพศเป็นประจำทุกปี กระบวนการนี้ประกอบด้วย
3. การตรวจสอบและติดตามชั่วโมงการทำงาน
บริษัทมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อหลีกเลี่ยงชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าชั่วโมงการทำงานสูงสุดจะถูกกำหนดไว้อย่างเหมาะสม สอดคล้องตามนโยบายของบริษัท และข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ผ่านการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ดังนี้
4. ระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้าก่อนการเลิกจ้าง
บริษัทคำนึงถึงสิทธิของพนักงานและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม กรณีมีเหตุจำเป็นในการเลิกจ้างพนักงานด้วยเหตุผลทางธุรกิจ บริษัทดำเนินการแจ้งการเลิกจ้างล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนถึงวันที่มีผลเลิกจ้าง เว้นแต่เป็นกรณีความผิดร้ายแรงของลูกจ้างที่ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กำหนดได้ บริษัทจะจ่ายชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้าย ให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในระยะเวลาที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้านั้น
5. สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน
บริษัทมีจัดให้มีสวัสดิการที่ยึดตามกฎหมาย และยังมอบสวัสดิการที่ครอบคลุมและหลากหลายแก่พนักงาน เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีในระหว่างการปฏิบัติงาน รวมทั้งจัดให้มีสวัสดิการด้านความมั่นคงของชีวิต ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และวงเงินค่ารักษาพยาบาลนอกเหนือจากประกันสังคม
พนักงานมีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างวันลาพักผ่อนประจำปี ลากิจ และลาป่วย โดยพนักงานสามารถตรวจสอบวันลาคงเหลือผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line OA น้ององุ่น
โครงการพัฒนาพนักงาน
TVO จัดโครงการ Digital Capability Development: “AI for Work” เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ในการทำงาน ให้พนักงานสามารถปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับทิศทาง Digital Transformation ขององค์กร
ลดระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านเอกสาร งานเขียน และการค้นคว้าข้อมูล
เพิ่มคุณภาพของผลงานและการสื่อสาร
ส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ปลอดภัย ลดความเสี่ยง และมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้งาน
เสริมทักษะด้านดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
Phase 1 – 2569: Training & Workshop : เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้ AI จัดกิจกรรมอบรมและจัด Workshop เพื่อให้ความรู้และฝึกปฏิบัติการใช้ ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยแก่พนักงาน
Phase 2 – 2570: AI Application Projects : ผู้เข้าร่วมโครงการนำความรู้จากการอบรมและ Workshop มาพัฒนาต่อยอดเป็น 50 โครงการต้นแบบเพื่อปรับปรุงการ ทำงานด้วย AI พร้อมนำเสนอและประเมินผลโครงการตามระยะเวลาที่กำหนด
Phase 3 – 2570: Network Sharing : จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการประยุกต์ใช้ AI และบทเรียนจากโครงการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน และการขยายผลภายในองค์กร
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
ทีวีโอมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
1. การบริหารจัดการตามวัตถุประสงค์ (Management by objectives)
ทีวีโอมีนโยบายจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมแก่พนักงานทุกระดับ โดยพิจารณาจากผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีและศักยภาพของพนักงานควบคู่กับผลประกอบการของบริษัท ในปี 2566 บริษัทได้เริ่มใช้งานระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System: PMS) เพื่อกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ประจำปีสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาความสามารถของบุคลากรและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จนอกจากนี้ ระบบ PMS ยังช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงาน โดยกระตุ้นให้พนักงานตระหนักถึงจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงของตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
ความถี่: ปีละครั้ง
2. การประเมินผลงานแบบ 360 องศา
ในปี 2567 ทีวีโอเริ่มนำระบบ 360-degree feedback มาใช้ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงาน ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและองค์กรอย่างรอบด้าน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลากหลายมิติ ทั้งผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา ช่วยให้กระบวนการประเมินมีความครอบคลุม โปร่งใส และลดความลำเอียง พนักงานสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาทักษะและศักยภาพของตนเองได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยอมรับความคิดเห็น และเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีม นอกจากนี้ ระบบยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพในด้านการพัฒนาบุคลากรและการบริหารองค์กรอย่างยั่งยืน
ความถี่: ปีละ 2 ครั้ง
แนวทางการสนับสนุนพนักงาน
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เน้นการส่งเสริมและดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจของพนักงาน โดยมีเป้าหมายให้พนักงานทุกคนมีความสุขและมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงาน แต่ยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร เพื่อร่วมสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว
ในปี 2567 บริษัทเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและจัดให้มีสวัสดิการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพนักงานมากขึ้น ดังนี้
ผลการดำเนินการเพิ่มเติม
The reported data covers all TVO employees.
100% of TVO employees are Thai by race and nationality.
การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม
การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม
ทีวีโอส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานและชุมชน โดยจัดกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งมี “หน่วยงานชุมชนสัมพันธ์” ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลักผ่านการสื่อสารกับชุมชน เช่น การรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลใจของชุมชน มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
โครงการ CSR - DIW Continuous 2566
ทีวีโอเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ CSR - DIW Continuous 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ผ่านการสานเสวนาร่วมกับชุมชนรอบโรงงานในรัศมีอย่างน้อย 5 กิโลเมตร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังและแก้ไขปัญหาตามความต้องการของชุมชน โดยปีนี้ได้จัดกิจกรรมฝึกทำสบู่ซักล้างจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ส่งเสริมแนวคิดการเพิ่มมูลค่าและลดปริมาณของเสียจากครัวเรือนซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม พร้อมทั้งส่งตัวแทนพนักงานเข้าไปแบ่่งปันและถ่่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของน้ำมันพืชใช้แล้ว รวมไปถึงแนะนำแนวทางการจัดการน้ำมันพืชเก่าอย่างถูกต้อง
โครงการ Caring & Sharing: แบ่งปันด้วยใจเพื่อสังคมไทยยั่งยืน
โครงการ Caring & Sharing เป็นกิจกรรมที่ทีวีโอดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 บริษัทมุ่งเน้นการสร้างสังคมพึ่งพาตนเองได้ในชุมชน ส่งเสริมให้ชาวบ้านเกิดการพัฒนาเอง ทั้งในด้านทักษะการใช้ชีวิตและทักษะอาชีพ โดยทีวีโอเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาสู่โรงเรียนและเยาวชนที่ขาดแคลน ส่งเสริมสุขภาวะของคนในชุมชน ส่งเสริมการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับประชาชนในชุมชน เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ตัวอย่างกิจกรรม อาทิ การสนับสนุนการศึกษาสู่เยาวชน การสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์ และร่วมอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น
การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
สุขภาพและโภชนาการ
ความมุ่งมั่นของ TVO เพื่อสุขภาพและโภชนาการที่ยั่งยืน
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและโภชนาการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของสังคมในระยะยาว จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติด้านสุขภาพและโภชนาการเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้
หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ไม่เข้าข่ายการแสดงฉลาก GDA
การดำเนินงานด้านสุขภาพและโภชนาการ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
-ไขมันทรานส์น้อยกว่า 2% ตามข้อกำหนดของมอก. 1762561
*ไม่มีการเติมสารปรุงแต่ง
*ไม่มีการเติมสารปรุงแต่ง
บริษัทมีการจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยมีผู้เชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ทำหน้าที่พิจารณาแนวทางหลักในการพัฒนาสินค้า ดังนี้
1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
บริษัทมุ่งยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและควบคุมไขมันทรานส์ (Trans Fat) เพื่อป้องกันภาวะโภชนาการบกพร่องและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลาย ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง คาโนลา ข้าวโพด และดอกทานตะวัน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งผู้ที่ใส่ใจสุขภาพหัวใจ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ควบคุมไขมันในอาหาร โดยใช้ระบบการประเมินคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ (Corporate Nutritional Profiling System: NPS) เพื่อวิเคราะห์ปริมาณและประเภทไขมันให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
2. การรักษาคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์
พัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันด้วยเทคโนโลยีการกลั่นและการสกัดที่ทันสมัย เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและทรัพยากร พร้อมรักษาสารอาหารสำคัญ เช่น Omega-3 และลดไขมันทรานส์ กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพยังช่วยลดต้นทุน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงได้ง่ายและราคาสมเหตุสมผล โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ชุมชนห่างไกล และผู้ที่ต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ
3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน
ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสะดวกต่อผู้บริโภค โดยใช้วัสดุรีไซเคิลและออกแบบเพื่อรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ตลอดอายุการเก็บ ฝาขวดเปิด-ปิดง่ายช่วยลดการสูญเสียสารอาหารและยืดอายุการเก็บ ทำให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพได้อย่างเท่าเทียม บรรจุภัณฑ์สำหรับครัวเรือนมีหลากหลายขนาด เช่น 230 470 750 และ 1000 มล. เพื่อสนับสนุนการควบคุมปริมาณการบริโภคและเหมาะสำหรับการปรุงอาหารต่อมื้อ ตอบสนองความต้องการปริมาณการใช้ที่หลากหลายของผู้บริโภค
ฉลากผลิตภัณฑ์
บริษัทให้ความสำคัญในการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเปิดช่องทางในการรับฟังข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากลูกค้าผ่านศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท
ในปี 2568 ร้อยละ 100 ของสินค้าน้ำมันถั่วเหลืองมีการแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากสินค้าตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานมาตรฐาน GHPs, HACCP เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง
ข้อมูลโภชนาการ
แสดงข้อมูลส่วนประกอบสำคัญ และข้อมูลโภชนาการ ตามที่กฎหมายกำหนด
แสดงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณแนะนำต่อวัน (GDA)เพื่อแสดงปริมาณการบริโภคที่แนะนำต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
ข้อมูลเฉพาะ
แสดงข้อมูลเพิ่มเติม ด้านการรรับรองมาตรฐานการผลิต
ด้านสิ่งแวดล้อม และเครื่องหมายฮาลาล
ข้อมูลเพิ่มเติม
แสดงข้อมูลวิธีการใช้ การเก็บรักษา และคำแนะนำ
ผลการดำเนินการเพิ่มเติม
การดูแลและบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
TVO มีกระบวนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อรับ ติดตาม และดำเนินการต่อข้อสอบถาม ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนของลูกค้าผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย
1. ช่องทางการติดต่อและรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า
ลูกค้าสามารถติดต่อขอรับบริการหรือให้ข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
2. การจัดการความคิดเห็นของลูกค้าและการพัฒนาสินค้าและบริการ
3. การเข้าถึงบริการของลูกค้า
TVO คำนึงถึงการเข้าถึงบริการและความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ในการปรับปรุงกระบวนการให้บริการและการสื่อสารกับลูกค้า
สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุและลูกค้าที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ สามารถติดต่อ TVO โดยตรงผ่านหมายเลขโทรศัพท์ +66 2 477 9020 เพื่อขอรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนเพิ่มเติม
4. การจัดการและแก้ไขข้อร้องเรียน
TVO มีกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ดังนี้
การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
ทีวีโอให้ความสำคัญกับการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสุขภาพและโภชนาการที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนในทุกมิติ
การดูแลความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ทีวีโอมีนโยบายในการจัดการด้านความปลอดภัยของอาหาร (Food & Feed Safety) และเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บริษัทจึงได้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านการควบคุมคุณภาพและพัฒนาระบบคุณภาพโดยเฉพาะ และจัดทำคู่มือการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การผลิต และคุณภาพสินค้าก่อนส่งมอบ ตามระบบ ISO 9001 เพื่อให้บริษัทมีระบบบริหารคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ ทำการตรวจสอบความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงวิเคราะห์และวางแผนเรื่องการปรับปรุงพัฒนาด้านคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงกับลูกค้าได้
โดยทีวีโอได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารคุณภาพ และการจัดการด้านความปลอดภัยของอาหารตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น GHPs & HACCP, FSSC 22000, ISO 22000, ISO/TS 22002-6 (PAS 222), ISO 9001 และ HALAL เป็นต้น โดยการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) นี้ ได้กำหนดให้มีการตรวจสอบภายในองค์กรเป็นประจำปีละ 1 ครั้งเพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ทีวีโอให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยการจัดอบรมสำหรับพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบบริหารงานคุณภาพ เช่น ฝ่ายผลิต, การตลาด, จัดซื้อ, บริหารทรัพยากรบุคคล, เทคโนโลยีสารสนเทศ
การบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์
ทีวีโอให้ความสำคัญสูงสุดกับการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง (Emerging Technologies) เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต และตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับ ควบคุม และประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในระดับสูงสุดเสมอ โดยมีการดำเนินการผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
ยกระดับการตรวจสอบด้าน Food Safety ในระดับโครงสร้างโมเลกุลเชิงลึก เพื่อรับประกันผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารปนเปื้อน 100% นำเทคโนโลยีวิเคราะห์ระดับสูง มาวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน เพื่อควบคุมการผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน Food safety ระดับโลก พร้อมเชื่อมข้อมูลงานวิจัยเข้ากับระบบ Single Platform เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูล quality control ภายใน
เป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์
ทีวีโอกำหนดและติดตามเป้าหมายเชิงปริมาณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท โดยเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การรักษาความพึงพอใจของลูกค้าให้อยู่ในระดับสูงกว่า 80% และการบรรลุเป้าหมายข้อร้องเรียนจากลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับพารามิเตอร์ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่กำหนดเป็นศูนย์ นอกจากนี้ คุณภาพผลิตภัณฑ์ยังได้รับการติดตามให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อกำหนดด้านคุณภาพภายในที่เกี่ยวข้อง ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายดังกล่าวได้รับการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการคุณภาพและกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของบริษัท
การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ในปี 2568 บริษัท ไม่พบกรณีเหตุการณ์ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่นำไปสู่การเรียกคืนสินค้า ทั้งนี้ บริษัทมีระบบและแนวทางในการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดได้รับการควบคุมและดำเนินการอย่างเหมาะสม
กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์รับเข้า ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ที่ส่งคืนจากลูกค้า รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานฮาลาล โดยบริษัทดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์สาเหตุ แก้ไข และติดตามผล เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำและสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
กระบวนการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้าด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
กระบวนการเรียกคืนผลิตภัณฑ์
ผลการดำเนินงานปี 2568
โดยในปี 2568 มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ดังนี้